เพิ่มรูป แก้ไข View : 287

สุพรรณบุรี เมืองเหน่อที่ต้องไปเยือน..

สุพรรณบุรี เมืองเหน่อที่ต้องไปเยือน..



1. รอยพระพุทธบาทวัดเขาดีสลัก

รอยพระพุทธบาทวัดเขาดีสลัก ชมรอยพระพุทธบาทบนยอดเขา ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ทางวัดเขาดีสลัก ปรับปรุงภูมิทัศน์บนยอดเขา มองเห็นวิวทิวทัศน์สวยงามในเขตอำเภออู่ทองโดยรอบ นอกจากนี้ยังพบโพรงหินภายในมีพระพุทธรูป และโบราณวัตถุต่าง ๆ อีกหลาย

รอยพระพุทธบาทวัดเขาดีสลัก



2. อุทยานมังกรสวรรค์

แสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์จีนตั้งแต่สมัยตำนานการสร้างโลกยุคแรกเริ่มทางประวัติศาสตร์ และประวัติความเป็นมาของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย ภายในอุทยานมังกรสวรรค์ยังมีศาลหลักเมืองจังหวัดสุพรรณบุรีอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เรียกได้ว่าไปหนึ่งได้ถึงสอง เพราะนอกจากจะได้ความรู้แล้วยังได้กราบไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีตามความเชื่อของผู้ที่มีเชื้อสายจีนเพื่อเป็นสิริมงคลอีกด้วย

อุทยานมังกรสวรรค์


3. สามชุก ตลาดร้อยปี

ตลาดสามชุกเป็นตลาดเก่าร้อยปี เป็นห้องแถวไม้สองชั้นขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสุพรรณบุรี(ท่าจีน) ได้รับรางวัล UNESCO ในเดือน ธ.ค. 2552 ตลาดสามชุกรายล้อมด้วยบรรยากาศของบ้านเรือนรวมถึงเรื่องราวของผู้คนในอดีต มีสินค้ามากมายให้เลือกซื้อ เลือกชม ทั้งของกิน ของใช้ หรือจะเป็นของเล่นสมัยก่อนที่ใครเห็นก็ทำให้อดนึกถึงสมัยตัวเองเป็นเด็กไม่ได้จริงๆ

สามชุก ตลาดร้อยปี
 

4. บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ

บึงฉวากเป็นแหล่งน้ำ แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและทางการเกษตร อีกทั้งยังได้จัดสรรพื้นที่โดยรอบบึงฉวากเพื่อการศึกษาและวิจัย บึงฉวากอยู่ในอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำท่าจีน ที่เกิดการทับถมของตะกอนดินโคลน จึงถูกแยกตัวออกมาเป็นบึงใหญ่ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีระบบนิเวศอันหลากหลาย ภายในพื้นที่กว่า 1,700 ไร่ อุดมไปด้วยพรรณไม้น้ำนานาชนิด โดยเฉพาะบัวแดง ในยามเช้าจะชูช่อบาน อวดโฉมเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ นักท่องเที่ยวสามารถนำเต็นท์มาตั้งแคมป์พักได้ นอกจากจะได้ท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนแล้วยังเป็นสถานที่ให้ความรู้และให้เด็กๆได้เรียนรู้กับสิ่งต่างๆมากมาย บึงฉวากจึงเหมาะกับทุกเพศทุกวัยใครๆก็สามารถมาได้

บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ

5. พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์

พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ ประกอบด้วยพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงพระคชาธารออกศึก และองค์เจดีย์ยุทธหัตถี ภายในองค์เจดีย์ได้มีการสร้างห้องแสดงประวัติศาสตร์ทั้งภาพ แสง สี เสียงและหุ่นจำลองการยกทัพของพม่าและไทย เป็นสถานที่ที่ได้ทั้งความรู้และเพลิดเพลิน ทุกวันที่18 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีงานประจำปีจัดขึ้นบริเวณรอบองค์อนุสรณ์ดอนเจดีย์ ภายในงานก็จะมีร้านค้ามากมาย มหรสพชมฟรีและเครื่องเล่นต่างๆ

ไฮไลท์ของงานนี้คือการแสดงยุทธหัตถี(ชนช้าง) ที่จำลองเหตุการณ์และเรื่องราวในสมัยก่อนผ่านการแสดงแสง สี เสียงจากนักแสดงที่เป็นคนจริงๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะใช้ช้าง ม้าจริงร่วมในการแสดงแต่ในปัจจุบันเพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็นการใช้แรงงานสัตว์จึงมีการปรับเปลี่ยนใช้เป็นแบบสามมิติแทน แต่ก็ได้ความตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กันถือเป็นงานใหญ่อีกงานที่เมื่อไปสุพรรณแล้วไม่ควรพลาด **เที่ยวได้ทุกวัน แต่การแสดงจะมีในช่วงวันที่ 18 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ของทุกปี**

พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์
 

6. หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย

หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย จังหวัดสุพรรณบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 115 กิโลเมตร ถูกสร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และรักษาขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมซึ่งเป็นมรดกของประเทศไทย ภายในมีการจัดแสดงต่างๆมากมายที่ให้ความรู้แก่ผู้ที่มาเยี่ยมชม อาทิเช่น การสาธิตการทำนาโดยใช้ควาย เครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำการเกษตรต่างๆที่หาดูยากในสมัยนี้ และมีการแสดงโชว์ความฉลาดแสนรู้ของเหล่าน้องควายให้เราได้ชมและอดที่จะยิ้ม หัวเราะตามไม่ได้ ใครที่บอกว่าควายไม่ฉลาดหากได้ไปหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย จังหวัดสุพรรณบุรี อาจจะต้องเปลี่ยนความคิดใหม่กันไปเลย

หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย


7. หอคอยบรรหาร-แจ่มใส และ สวนเฉลิมภัทรราชินี

ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสุพรรณบุรีบนถนนนางพิม ตำบลท่าพี่เลี้ยง หอคอยบรรหาร-แจ่มใสเป็นหอคอยแห่งแรกและสูงที่สุดในประเทศไทย มีร้านขายของที่ระลึกและอาหารว่างมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเมืองสุพรรณบุรีทั้งด้านประวัติศาสตร์วรรณคดีศิลปวัฒนธรรมชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและเรื่องราวน่ารู้ของจังหวัดสุพรรณบุรีไว้ทั้งหมด ใครที่อยากเห็นวิวของจังหวัดสุพรรณแบบสุดลูกหูลูกตาสามารถขึ้นไปชมได้เลยที่หอคอยบรรหาร-แจ่มใสและสวนเฉลิมภัทรราชินี

หอคอยบรรหาร-แจ่มใส และ สวนเฉลิมภัทรราชินี


8. ตลาดเก้าห้อง

ตลาดเก้าห้อง เป็นตลาดห้องแถวเก่าแก่ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน อายุประมาณ 100 ปี ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลบางปลาม้า หมู่ที่ 2 อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี จากเอกสารที่มีผู้เขียนเกี่ยวกับประวัติตลาดเก้าห้อง และจากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุ คำว่า “ตลาดเก้าห้อง” น่าจะนำมาจากชื่อของบ้านเก้าห้อง ซึ่งเป็นบ้านโบราณมีประวัติสืบทอดมายาวนาน ในอดีตตลาดเก้าห้องแห่งนี้เคยเป็นย่านการค้าที่รุ่งเรืองแต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปจึงทำให้ร้านค้าต่างๆค่อยๆน้อยลง ปัจจุบันความนิยมในตลาดเก้าห้อง ไม่มากเหมือนเมื่อก่อน แต่ความเป็นตลาดสภาพบ้านเรือน ยังคงมีหลงเหลือให้เห็นอยู่

ตลาดเก้าห้อง
9. วัดบ้านกร่าง

วัดบ้านกร่าง จากทางหลวงหมายเลข 340 ผ่านอำเภอศรีประจันต์ เข้าทางหลวงหมายเลข 3038 กิโลเมตรที่ 14-15 ริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณบุรีคนละฝั่งกับที่ว่าการอำเภอศรีประจันต์ ห่างจากจังหวัดประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นวัดที่มีกรุ พระขุนแผนบ้านกร่าง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นหลังสงครามยุทธหัตถีระหว่าง สมเด็จพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชา ลักษณะเป็นพระคู่ ด้านใต้ของวัดมีเจดีย์องค์หนึ่งอายุประมาณ 100 ปี บริเวณหน้าวัดริมแม่น้ำมีปลาอาศัยจำนวนมาก ทางวัดจัดจำหน่ายอาหารปลา ถือเป็นอุทยานมัจฉาแห่งหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี จะสังเกตเห็นเรือนแถวหน้าทางเข้าวัดบ้านกร่าง เป็นเรือนแถวไม้สองชั้นแบบโบราณ บรรยากาศเงียบสงบสะท้อนความเป็นอยู่เรียบง่ายแบบดั้งเดิมของผู้คนแถวนั้น

วัดบ้านกร่าง

10. วัดป่าเลไลยก์

เมื่อพูดถึงสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของเราชาวพุทธก็ต้องนึกถึง “วัด” เป็นอันดับแรก และเมื่อพูดถึงวัดในจังหวัดสุพรรณบุรีที่เป็นที่รู้จักและศรัทธาของชาวสุพรรณก็ต้องนึกถึง “วัดป่าเลยไลยก์” แห่งนี้นี่เอง วัดป่าเลไลยก์ตั้งอยู่ที่ริมถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ที่วัดแห่งนี้ประชาชนนิยมมานมัสการ “หลวงพ่อโต” ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารสูงเด่นเห็นแต่ไกล เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิมีลักษณะประทับนั่งห้อยพระบาท พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุ พระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุอีกข้างหนึ่งในท่าทรงรับของถวาย องค์พระสูง 23.46 เมตร รอบองค์ 11.20 เมตร

วัดป่าเลไลยก์