เพิ่มรูป แก้ไข View : 98

9 สถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์เมืองกรุง

9 สถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์เมืองกรุง

1.วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดพระแก้ว

หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดพระแก้ว นั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๕ แล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๓๒๗  เป็นวัดที่สร้างขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวัง ตามแบบวัดพระศรีสรรเพชญ สมัยอยุธยา วัดนี้อยู่ในเขตพระราชฐานชั้นนอก ทางทิศตะวันออก มีพระระเบียงล้อมรอบเป็นบริเวณ เป็นวัดคู่กรุงที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ใช้เป็นที่บวชนาคหลวง และประชุมข้าทูลละอองพระบาทถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา

วัดพระแก้ว

 

2.วัดพระเชตุพนวิมลมัคลาราม

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกและเป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๑ แห่งราชวงศ์จักรี เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สถาปนาวัดโพธารามวัดเก่าที่เมืองบางกอกครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นวัดหลวงข้างพระบรมมหาราชวัง และที่ใต้พระแท่นประดิษฐานพระพุทธเทวปฏิมากร พระประธานในพระอุโบสถเป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของพระองค์ท่านไว้ด้วย

วัดพระเชตุพนวิมลมัคลาราม

 

3.พระบรมมหาราชวัง

รัชกาลที่ 1 ทรงย้ายราชธานีจากกรุงธนบุรีที่กรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2325 ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังขึ้นใหม่ โดยให้ถือ แนวการก่อสร้าง แบบกรุงศรีอยุธยา รัชกาลต่อๆมา ได้มีการสร้าง พระที่นั่งองค์ต่างๆ เพิ่มอีกหลายองค์ พระที่นั่งที่สำคัญๆในพระบรมมหาราชวัง ได้แก่ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาทพระที่นั่งราชกรัณยสภา

พระบรมมหาราชวัง

 

4.ศาลหลักเมือง

ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อจะสร้างบ้านเมืองต้องมีการฝังเสาหลักเมือง ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ของชาติไทย รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีฝังเสาหลักเมืองกรุงเทพฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 บรรจุดวงชะตาของกรุงเทพฯ ไว้ภายในเสาหลักเมือง เดิมทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ เส้นผ่าศูนย์กลาง 75 เซนติเมตร สูง 27 เซนติเมตร แต่สร้างใหม่ในรัชกาลที่ 4 แทนของเดิมที่ชำรุดเป็นไม้ชัยพฤกษ์สูง 108 นิ้ว ฐานเป็นแท่นกว้าง 70 นิ้ว ตั้งอยู่ภายในอาคารยอดปรางค์อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ภายในศาลหลักเมืองยังมีเทวรูปสำคัญ คือ เทพารักษ์ เจ้าพ่อหอกลอง พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง เจ้าพ่อเจตคุปต์ และพระกาฬไชยศรี

ศาลหลักเมือง

 

5.ตลาดน้ำตลิ่งชัน

แม่น้ำเจ้าพระยามีขนาดใหญ่และมีกระแสน้ำไหลเร็ว ขอแนะนำให้ลองนั่งเรือท่องไปตามลำน้ำ รวมถึงล่องเรือไปกลับจังหวัดอยุธยาด้วย ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 และ 17 อยุธยานับว่าเป็นเมืองแห่งการค้าขายในระดับนานาชาติเมื่อปี 2065 สมเด็จพระไชยราชาธิราชแห่งกรุงศรีอยุธยาได้ทรงโปรดฯ ให้ขุดคลองลัดแม่น้ำขึ้นเพื่อเป็นเส้นทางออกสู่ทะเล โดยตัดคลองมุ่งหน้าตรงไปทางใต้เพื่อเลี่ยงเส้นทางแม่น้ำสายสำคัญ คลองแห่งนี้เริ่มตัดตั้งแต่จุดซึ่งเป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปัจจุบัน (ทางตอนเหนือของพระบรมมหาราชวัง) ไปจนถึงวัดอรุณราชวราราม ต่อมากระแสน้ำส่วนใหญ่ได้ไหลเข้าสู่คลองลัดทำให้คลองกว้างขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นแม่น้ำสายใหญ่ดังที่เห็นในปัจจุบันนี้ ส่วนแม่น้ำสายเดิมก็แคบลงกลายเป็นคลอง

ตลาดน้ำตลิ่งชัน

 

6.วัดอรุณฯ (วัดแจ้ง)

วัดโบราณ สร้างในสมัยอยุธยา ว่ากันว่าเดิมเรียกว่า วัดมะกอก และกลายเป็นวัดมะกอกนอกในเวลาต่อมา เพราะได้มีการสร้างวัดขึ้นอีกวัดหนึ่งในตำบลเดียวกัน แต่อยู่ในคลองบางกอกใหญ่ ชาวบ้านเรียกวัดที่สร้างใหม่ว่า วัดมะกอกใน (วัดนวลนรดิศ) แล้วจึงเรียกวัดมะกอกซึ่งอยู่ปากคลองบางกอกใหญ่ว่า วัดมะกอกนอก 

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังที่ประทับนั้น ทรงเอาป้อมวิชัยประสิทธิ์ข้างฝั่งตะวันตกเป็นที่ตั้งตัวพระราชวัง แล้วขยายเขตพระราชฐานจนวัดแจ้งเป็นวัดภายในพระราชวัง เช่นเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญ์สมัยอยุธยา และเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ใน พ.ศ. 2322 ก่อนที่จะย้ายมาประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามใน พ.ศ. 2327

วัดอรุณฯ (วัดแจ้ง)

 

7.วัดสระเกศ (ภูเขาทอง)

วัดโบราณในสมัยอยุธยา เดิมชื่อ วัดสะแก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์และขุดคลองรอบพระอาราม แล้วพระราชทานนามใหม่ว่า วัดสระเกศ ซึ่งแปลว่า ชำระพระเกศา เนื่องจากเคยประทับทำพิธีพระกระยาสนาน เมื่อเสด็จกรีธาทัพกลับจากกัมพูชามาปราบจลาจลในกรุงธนบุรี และเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติใน พ.ศ. ๒๓๒๕  ส่วนเจดีย์ภูเขาทองนั้นเริ่มสร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยทรงเลียนแบบมาจากภูเขาทองในสมัยกรุงศรีอยุธยาแล้วเสร็จในรัชกาลที่ 5 ได้รับพระราชทานนามว่า "สุวรรณบรรพต" มีความสูง 77 ม.

วัดภูเขาทอง

 

8.พิพิธภัณฑ์พระที่นั่งวิมานเมฆ

พระที่นั่งอนันตสมาคมเป็นพระราชวัง ที่ทำจากไม้สักทองทั้งหลัง เดิมตั้งอยู่บนเกาะสีชัง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 และได้ชะบอมาไว้ ณ สถานที่ตั้งปัจจุบัน เมื่อ พ.ศ. 2444 ภายในพระที่นั่งประกอบ ด้วยห้องต่างๆ 81 ห้อง มีคลองล้อมรอบอาทิคลองคาบแผ่นกระจก คลองรางเงิน อ่างหยก ภายในบริเวณร่มรื่นสวยงามมาก 

เปิดให้ชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 50 บาทรวมค่าเข้าชมพระที่นั่งอภิเษกดุสิต และพิพิทธภัณฑ์รถม้าพระที่นั่ง ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันรายละเอียดติดต่อ โทร. 2811569, 2811518, 2816880

พิพิธภัณฑ์พระที่นั่งวิมานเมฆ

 

9.วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร

วัดโบราณ สร้างในสมัยอยุธยา เดิมเรียกว่าวัดสลัก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อทรงตั้งกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี และทรงสร้างพระบรมมหาราชวังเป็นที่ประทับและสร้างพระราชวังบวรสถานมงคลเป็นที่ประทับสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล นั้น วัดสลักเป็นวัดที่อยู่กึ่งกลางระหว่างพระบรมมหาราชวังกับพระราชวังบวรสถานมงคล สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทโปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดสลักเมื่อ พ.ศ. 2326 พร้อมกับการก่อสร้างพระราชวังบวรสถานมงคล จากนั้นทรงเปลี่ยนชื่อวัดจากวัดสลัก เป็น วัดนิพพานาราม

วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร