Thai Tour
- - - Place Attraction - - -
- Home Page
- Bangkok
- Koh Tao
- Koh Samui
- Phuket
- Krabi
- Phi Phi
- Railay
- Phangnga
- Koh Lanta
- Hua Hin
- Koh Chang
- Koh Samet
- Rayong
- Chonburi
- Trad
- Pai - Maehongson
- Chiangrai
- Chaingmai
- Kan
ที่พักหัวหิน
เกาะเสม็ด เกาะช้าง
พัทยา
หัวหิน
เกาะสมุย
ความเห็นที่
104 โพสเมื่อ :
5 ม.ค. 54 : 10:11 น. โดย :
nan
พระองค์ทรงเป็นหนึ่งในพลังชีวิตของกระผมกระผมจะเป็น กำลังของชาติเพื่อพระองค์
ขอให้พระเจ้าอยู่หัวทรงพระเจริญ และหายจากประชวรไวๆ และมีสุขภาพแข็งแรง และอยู่นานๆ ตลอดไป
ขอให้พระองค์ทรงหายจากอาการพระประชวร
ขอให้พระองค์มีอายุยิ่งยืนนาน
พระองค์เป็นที่รักของปวงชนชาวไทย
ท่องเที่ยว สุดฮิต : เกาะช้าง เชียงคาน เขาค้อ
หัวหิน ที่พักหัวหิน เขาใหญ่ เช่ารถตู้ ทัวร์เซี่ยงไฮ้
ความเห็นที่
105 โพสเมื่อ :
5 ม.ค. 54 : 10:17 น. โดย :
ben
พ่อหลวงของชาวไทยทำทุกอย่างเพื่อปวงชนชาวไทย เราก็ควรสามัคคีกันเพื่อให้พ่อหลวงมีความสุข ที่เห็นคนไทยรักกัน
- ความจงรักภักดีต่อสถาบันอันสูงสุด ถือว่าเป็นหน้าที่หนึ่งของคนไทยทุกคน
- สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้
ท่องเที่ยว สุดฮิต : เกาะช้าง เชียงคาน เขาค้อ
หัวหิน ที่พักหัวหิน เขาใหญ่ เช่ารถตู้ ทัวร์เซี่ยงไฮ้
ความเห็นที่
107 โพสเมื่อ :
11 ม.ค. 54 : 07:49 น. โดย :
กธก.กร.ทบ.
ยอมสละทุกสิ่งเพื่อกิจการ
ให้ทวยราษฎร์ทั่วทุกย่านได้ร่มเย็น
พระเอยพระโอบเอื้อ อารี
พระกอปรพระกรณี หนักอึ้ง
พระบุญพระบารมี แผ่ทั่ว ไทยนา
สยามยังอยู่ คู่มิ่งขวัญปวงชน
มิ่งมหา มงคล ชนทั้งชาติ
ขอประกาศ เทิดไท้องค์ พระทรงศรี
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทุกแหล่งหล้า ทั่วธานี
ขอบารมี คุ้มองค์ พระทรงไชย
ท่องเที่ยว สุดฮิต : เกาะช้าง เชียงคาน เขาค้อ
หัวหิน ที่พักหัวหิน เขาใหญ่ เช่ารถตู้ ทัวร์เซี่ยงไฮ้
ความเห็นที่
108 โพสเมื่อ :
11 ม.ค. 54 : 07:50 น. โดย :
กธก.กร.ทบ.
เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพรปีใหม่ ประจำปี พ.ศ. 2554 ดังนี้ ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีมาอวยพรแก่ท่านทุกๆคน ให้มีความสำเร็จสมประสงค์ในสิ่งที่ปรารถนาความปรารถนาของทุกคน คงไม่แตกต่างกันนัก คือต้องการให้ตนเอง มีความสุขความเจริญ และให้บ้านเมืองมีความสงบร่มเย็น
ในปีใหม่นี้ ข้าพเจ้าจึงปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเห็นคนไทยมีความสุขถ้วนหน้ากัน ด้วยการให้ คือให้ความรักความเมตตากัน ให้น้ำใจไมตรีกัน ให้อภัยกัน ให้การสงเคราะห์อนุเคราะห์กัน โดยมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกันด้วยความบริสุทธิ์และจริงใจ ทุกคนทุกฝ่าย จะได้สามารถร่วมมือ ร่วมความคิดอ่านกัน สร้างสรรค์ความสุข ความเจริญมั่นคง ให้แก่ตนแก่ประเทศชาติ อันเป็นสิ่งที่แต่ละคนต้องการให้สำเร็จผลได้ ดังที่ตั้งใจปรารถนา
ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคน ให้มีความสุข ไม่มีทุกข์ ไม่มีภัย ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน
ท่องเที่ยว สุดฮิต : เกาะช้าง เชียงคาน เขาค้อ
หัวหิน ที่พักหัวหิน เขาใหญ่ เช่ารถตู้ ทัวร์เซี่ยงไฮ้
ความเห็นที่
109 โพสเมื่อ :
23 ม.ค. 54 : 09:33 น. โดย :
ร้อย.สห.พล.ร.๙
1.พระมหากษัตริย์เปรียบเสมือนพ่อของแผ่นดิน
2.พระองค์คือพ่อของแผ่นดินไทย ที่คนไทยรักและเคารพ
3.พระองค์ คือผู้ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน คือศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ
4.พระองค์คือกษัตริย์ผู้ครองราชย์ที่ยาวนานที่สุดในโลก
5.พระองค์ทรงแก้ไขปัญหาต่างๆให้กับประเทศไทย ให้ได้รอดพ้นจากเหตุการณ์ต่างๆมากมาย ทำให้ประเทศไทยร่มเย็นเป็นสุข
6.ข้าพเจ้าจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์
7.พระองค์ทรงพระราชทานฝนเทียมให้แก่พสกนิกรชาวนาผู้ยากไร้ ให้สามารถดำรงวิถีชิวิตอยู่ได้อย่างผาสุก เปรียบเสมือนองค์เทวดาที่เสด็จจากฟ้าลงมาแก้ปัญหาชาวดิน
8.พระองค์ทรงปกครองประเทศชาติด้วยทศพิธราชธรรม ซึ่งประชาชนชาวไทยทุกคนควรที่จะยึดถือเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต
9.พระองค์ทรงแก้ปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขาให้มีชีวิตที่ดีขึ้น โดยสามารถเห็นได้จากการก่อตั้งโครงการหลวงต่างๆ ซึ่งนับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของปวงชาวไทย
10.พระองค์คือพ่อ ของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ที่คอยชี้นำแนวทางต่างๆให้ประชาชนประพฤติปฏิบัติ ซึ่งล้วนแต่เป็นแนวทาง คำสอนที่ดี ซึ่งปฏิบัติแล้วก่อให้เกิดผลในทางที่ดีทั้งหมด อย่างหาที่เปรียบไม่ได้
ท่องเที่ยว สุดฮิต : เกาะช้าง เชียงคาน เขาค้อ
หัวหิน ที่พักหัวหิน เขาใหญ่ เช่ารถตู้ ทัวร์เซี่ยงไฮ้
ความเห็นที่
110 โพสเมื่อ :
3 ก.พ. 54 : 07:04 น. โดย :
กธก.กร.ทบ.
โครงการก่อสร้างถนนเลียบรถไฟสายใต้ (สายบางกอกน้อย)
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้ช่วงเวลาเสด็จฯ ไปโรงพยาบาลศิริราชเพียงไม่นานได้ทรงงานและทรงศึกษาสภาพพื้นที่บริเวณโดยรอบอย่างละเอียดจึงมีพระราชดำริว่า สามารถขยายแนวถนนเลียบทางรถไฟสายธนบุรี จากช่วงปลายถนนอิสรภาพ ถึงถนนจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งสภาพเดิมจากปลายถนนอิสรภาพเข้าไปประมาณ 230 เมตร เป็นถนนคอนกรีต ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 380 เมตรเป็นที่ลุ่ม มีบ้านเรือน เพิงพักอาศัย และมีทางเดินตามแนวทางรถไฟ จนถึงถนนจรัญสนิทวงศ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสถึงแนวพระราชดำริในการตัดถนนสายนี้ตอนหนึ่งว่า ต่อไป โครงการที่ 3 คือ สร้างทางในที่ที่ยังไม่มีทาง. อันนี้เกิดขึ้นที่ใกล้สถานีบางกอกน้อยระหว่างสถานีบางกอกน้อย คือ ปลายถนนอิสรภาพเชื่อมกับถนนจรัญสนิทวงศ์. ตรงนั้นเป็นที่ของการรถไฟ เป็นที่ลุ่มมีทางเดินเข้าไป ไม่ทะลุแล้วก็ขลุกขลัก. ทางกรงเทพมหานครได้ไปจัดการ. มีบ้านคนที่บุกรุกที่ของรถไฟบ้าง. แต่ก็ได้ย้ายบ้านเหล่านั้น เข้าใจว่าเป็นที่พอใจของผู้บุกรุก ให้ที่เขาอยู่ ไม่เดือดร้อน. ทางกำลังสร้างยังไม่เสร็จ. ต้องถมทรายเดี๋ยวนี้ได้กรุยมาเรียบร้อย เป็นระยะ 600 เมตร ยังไม่ได้มีการถม ยังไม่ครบ. แต่เมื่อครบแล้วก็จะเป็นทางที่จะทะลุ จากถนนอิสรภาพซึ่งต้น. ถนนอิสรภาพนี่ต้องเลี้ยวขวามาเข้าที่ถนนอรุณอมรินทร์. จากตรงนั้นก็สามารถเชื่อมจรัญสนิทวงศ์. เข้าใจว่าจะช่วยการสัญจรขึ้นเล็กน้อย. โครงการนี้ได้ให้เงินส่วนหนึ่ง แต่ว่าไม่พอ ต้องใช้เงินงบของกรุงเทพมหานคร และเงินบริจาคเพิ่มเติม. ราคาก็ไม่ใช่น้อยแต่ก็จะช่วยแก้ปัญหาจราจร.เมื่อกรุงเทพมหานครรับสนองแนวพระราชดำริแล้ว ได้ขออนุญาตใช้ที่ดดินริมทางรถไฟสายธนบุรีในพื้นที่เขตบางกอกน้อย ช่วงปลายถนนอิสรภาพถึงถนนจรัญสนิทวงศ์จากการทางรถไปแห่งประเทศไทย เพื่อก่อสร้างเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ช่องจราจร มีระยะทาง 610 เมตร มีเขตทางกว้าง 10 เมตร เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2536 งบประมาณดำเนินการ 16.5 ล้านบาท และได้เปิดการจราจรอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2537 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานนามถนนสายนี้ว่า ถนนสุทธาวาส ตามชื่อวัดที่ตั้งอยู่ในบริเวณดังกล่าว
ถนนสุทธาวาส ได้ช่วยบรรเทาปริมาณรถยนต์ที่ผ่านถนนจรัญสนิทวงศ์ บรรจบกับถนนพรานนก(สามแยกไฟฉาย) ให้น้อยลง ซึ่งทำให้การจราจรที่ถนนจรัญสนิทวงศ์คล่องตัวขึ้น นอกจากนี้ ถนนสายนี้ยังเป็นเส้นทางอีกเส้นทางหนึ่งที่จะไปสู่จุดชุมชนในย่านสำคัญๆ เช่น สถานีรถไฟสายธนบุรี โรงพยาบาลศิริราช ตลาดพรานนกได้อีกด้วย
ท่องเที่ยว สุดฮิต : เกาะช้าง เชียงคาน เขาค้อ
หัวหิน ที่พักหัวหิน เขาใหญ่ เช่ารถตู้ ทัวร์เซี่ยงไฮ้
ความเห็นที่
111 โพสเมื่อ :
3 ก.พ. 54 : 07:05 น. โดย :
กธก.กร.ทบ.
โครงการพระราชดำริถนนคู่ขนานลอยฟ้า ถนนบรมราชชนนี
เนื่องจากปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากเชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าจนถึงทางแยกสิรินธรทำให้ช่องทางการจราจรที่มีอยู่ 8 ช่องทาง ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้พื้นที่ถนนที่เพิ่มขึ้น วิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จะต้องเพิ่มพื้นผิวการจราจรให้มากขึ้น แต่การเพิ่มพื้นที่ในระดับราบนั้นกระทำได้ยาก เนื่องจากริมถนนทั้งสองด้านเต็มไปด้วย ตึก, อาคาร และสำนักงานต่างๆ มากมาย ดังนั้น วิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสมที่สุดคือ การเพิ่มพื้นที่จราจรด้วยการสร้างทางยกระดับขึ้นช่วงหนึ่ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับการจราจรได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
โครงการฯ นี้เป็นโครงการหนึ่งซึ่งสนองพระบรมราโชบาย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาคุณให้พสกนิกร เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรที่ติดขัด จากเชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าจนถึงทางแยกสิรินธร ซึ่ง กทม. ได้ดำเนินการตามพระราโชบายโดยรอบคอบและเร่งด่วน เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาจราจรในจุดสำคัญอีกจุดหนึ่งตามพระราชประสงค์
ลักษณะโครงการเป็นสะพานยกระดับ สร้างขึ้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับการจราจร จากบริเวณสะพานปิ่นเกล้าจนถึงทางแยกตลิ่งชันถนนบรมราชชนนีทั้งขาเข้าและขาออก และเพื่อแยกการจราจรของยวดยานที่ต้องการเดินทางระยะไกลออกจากยวดยานที่เดินทางในระยะใกล้ ตั้งแต่สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ จนถึงทางแยกตลิ่งชันบนถนนบรมราชชนนี เริ่มที่เกาะกลางจากแยกอรุณอมรินทร์ถึงพุทธมณฑลสาย 2 โดยขาออกจะขึ้นที่แยกอรุณอมรินทร์ ลงได้ 3 จุดที่ตลิ่งชันหน้าหมู่บ้านกฤษดานคร และใกล้วงแหวนฉิมพลี ไม่มีทางขึ้นระหว่างทาง ส่วนขาเข้าขึ้นที่ต้นทางก่อนถึงพุทธมณฑลสาย 2 ขึ้นได้ที่หน้าหมู่บ้านกฤษดานครและตลิ่งชัน และจะไม่มีทางลงระหว่างทาง โดยแบ่งความรับผิดชอบการก่อสร้างโครงการฯ เป็น 2 ส่วน คือ
1. โครงการทางคู่ขนานลอยฟ้า ถนนบรมราชชนนี ตอนปิ่นเกล้าทางแยกต่างระดับสิรินธร เริ่มดำเนินการตั้งแต่บริเวณทางแยกอรุณอมรินทร์ ถึงทางแยกต่างระดับสิรินธร ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 4,515 กิโลเมตรมอบให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบดำเนินงาน
2. โครงการต่อเนื่องจากทางคู่ขนานลอยฟ้า ถนนบรมราชชนนี ตอนทางแยกต่างระดับสิรินธร ทางแยกต่างระดับฉิมพลี เริ่มดำเนินการต่อเชื่อมกับโครงการทางคู่ขนานลอยฟ้า ถนนบรมราชชนนีของกรุงเทพมหานคร บริเวณทางแยกต่างระดับสิรินธร และสิ้นสุดโครงการบริเวณเลยจุดข้ามทางแยกพุทธมณฑลสาย 2 ไปประมาณ 500 เมตร ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 9,363 กิโลเมตรมอบให้กรมทางหลวงรับผิดชอบดำเนินการ
ลักษณะโครงการฯ
ในช่วงที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร เป็นทางยกระดับโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก และคอนกรีตอัดแรง บนถนนบรมราชชนนี สูงเหนือผิวจราจรเดิมประมาณ 12.00 เมตร กว้าง 19.45 เมตร มีช่องทางจราจร 4 ช่องทาง ช่องทางละ 3.50 เมตร ไหล่ทางข้างละ 1.25 เมตร แบ่งเป็นช่องทางขาออก 2 ช่องทาง และช่องทางขาเข้า 2 ช่องทาง พื้นผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็กและปูทับหน้าด้วยแอสฟัลท์ผสมร้อนหนา 5 เซนติเมตร พร้อมเกาะกลางเพื่อแยกทิศทางการจราจรรวมทั้งงานติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างบนทางยกระดับ และระบบระบายน้ำ งานปรับปรุงพื้นผิวจราจรเดิม งานภูมิสถาปัตย์ และติดตั้งเครื่องหมายจราจรระยะทางรวม 4,515 กิโลเมตร
ท่องเที่ยว สุดฮิต : เกาะช้าง เชียงคาน เขาค้อ
หัวหิน ที่พักหัวหิน เขาใหญ่ เช่ารถตู้ ทัวร์เซี่ยงไฮ้
ความเห็นที่
112 โพสเมื่อ :
3 ก.พ. 54 : 07:06 น. โดย :
กธก.กร.ทบ.
โครงการก่อสร้างสะพานมัฆวานรังสรรค์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริให้กรุงเทพมหานครแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณ สะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินนอก เพื่อให้การจราจรเป็นไปอย่างต่อเนื่องและสัมพันธ์กับบริเวณ เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ในการก่อสร้างกรุงเทพมหานครได้คำนึงถึงความกลมกลืนเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของสะพานมัฆวานรังสรรค์ และความสวยงาม โดยก่อสร้างสะพานคู่ขนานกับสะพานเดิมจำนวน 2 สะพาน ไม่ต้องย้ายน้ำพุ และให้มีระดับความสูงน้อยกว่าสะพานมัฆวานรังสรรค์ สะพานคู่ขนานทั้ง 2 สะพาน นี้มีความกว้างสะพานละ 15.00 เมตร มีผิวจราจร 10.00 เมตร ขนาด 3 ช่องทางจราจร มีความยาวสะพานละ 22.00 เมตร และมีการปรับปรุงเชิงลาดสะพานและส่วนต่อเนื่องด้วย
เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2537 แล้วเสร็จเปิดการจราจรในวันที่ 2 ธันวาคม 2537 รวมงบประมาณที่ใช้ในการก่อสร้างทั้งสิ้น 40 ล้านบาทและใช้งบประมาณตกแต่งศิลปกรรมจำนวน 3.6 ล้านบาท
ท่องเที่ยว สุดฮิต : เกาะช้าง เชียงคาน เขาค้อ
หัวหิน ที่พักหัวหิน เขาใหญ่ เช่ารถตู้ ทัวร์เซี่ยงไฮ้
ความเห็นที่
113 โพสเมื่อ :
3 ก.พ. 54 : 07:06 น. โดย :
กธก.กร.ทบ.
บ่อหมักสิ่งปฏิกูล วัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรี
ความเป็นมา
จากกระแสพระราชดำรัส เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2544 เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2544 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตรัสเกี่ยวกับการจัดการสิ่งปฏิกูลว่า
สิ่งโสโครกจากบ้านเรือนที่ให้เทศบาลสูบไป มักนำไปปล่อยลงคลอง ลงแม่น้ำ ถ้าหาที่แห่งหนึ่งนอกเมือง ทำถังหมักสิ่งโสโครกไว้ 10 วัน สิ่งที่เป็นสิ่งโสโครกก็หายโสโครกเชื้อโรคอะไรก็หมดไป ถ้าให้ดีเอาไว้ 28 วัน ให้มันจริงๆจังๆ พวกเชื้อที่ร้ายแรงที่ยังมีอยู่ก็หมด แม้แต่กลิ่นก็หายหมด เสร็จแล้วเอามาตากใช้ประโยชน์ได้ ทั้งส่วนที่เป็นของแข็งและส่วนที่เป็นน้ำเป็นปุ๋ยที่ไม่เหม็น เทศบาลต่างๆ ที่มีปัญหานี้ก็ต้องพยายามพิจารณาว่าจะทำอะไรต่อไป
จากกระแสพระราชดำรัสดังกล่าวข้างต้น จังหวัดนนทบุรี โดยผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนั้น นายสาโรจน์ คัชมาตย์ จึงได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำแนวทางตามโครงการ พระราชดำริฯ มาดำเนินการต่อไปด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแก้ปัญหาการกำจัดสิ่งปฏิกูลที่ยังไม่ถูก สุขลักษณะอันเป็นสาเหตุ ของปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ด้วย
สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 6 นนทบุรี ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีให้ออกแบบ และควบคุมการก่อสร้างบ่อหมักสิ่งปฏิกูลตามแนวพระราชดำริ ขนาดความจุ 15 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 32 บ่อ ณ วัดสวนแก้ว จ. นนทบุรี ซึ่งพระอาจารย์พยอม กัลยาโณ ได้ให้ความอนุเคราะห์พื้นที่ก่อสร้างประมาณ 5 ไร่ ขณะนี้การก่อสร้างได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว
วัตถุประสงค์
เพื่อกำจัดสิ่งปฏิกูล โดยการหมักด้วยขบวนการไม่ใช้ออกซิเจน ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อใน ระบบทางเดินอาหารและพยาธิ แล้วนำผลผลิตที่ได้ไปใช้ทำปุ๋ยสำหรับการเกษตร
บ่อหมักสิ่งปฏิกูล
บ่อหมักสิ่งปฏิกูล คือ บ่อที่สร้างขึ้นสำหรับกักเก็บสิ่งปฏิกูลจากรถดูดส้วมนำมาใส่ไว้ เพื่อให้เกิด การย่อยสลาย โดยแบคทีเรียตามธรรมชาติ การกำจัดสิ่งปฏิกูลโดยอาศัยขบวนการหมักย่อย สลายในถังปิดโดยไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Digestion) ซึ่งเติมครั้งเดียว (Batch Type Culture) ซึ่งเป็นผลการศึกษาวิจัยตามพระราชดำริ เมื่อ พ.ศ. 2523 ที่จังหวัดนนทบุรี โดยมี หน่วยงานสนองพระราชดำริ คือ กรมอนามัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และโรงพยาบาลบำราศนราดูร ผลการวิจัยทำให้ได้ระบบบำบัดที่นำไปใช้ปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม ถูกลักการสุขาภิบาลและมีผลได้คือ น้ำและกากนำไปใช้เป็นปุ๋ยได้
การก่อสร้างบ่อสิ่งปฏิกูล
การก่อสร้างเริ่มดำเนินการในเดือนเมษายน 2545 โดยการปรับพื้นที่สร้างถนน และตอกเสาเข็ม ทำฐานรากบ่อหมักและส่วนประกอบของระบบบำบัดที่สำคัญดังนี้
1. ถังหมักย่อยสลาย เป็นถังคอนกรีตเสริมเหล็กจำนวน 32 ถัง แต่ละถังมีความจุประมาณ 15 ลูกบาศก์เมตร เป็นรูปถังสี่เหลี่ยมมีความกว้าง 2.5 เมตร ยาว 4.50 เมตร สูง 1.5 เมตร หนา 0.1 เมตร มีท่อพี.วี.ซี.(PVC) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว อยู่ที่ก้นถังด้านข้างเพื่อใช้เป็นท่อระบายน้ำและตะกอนซึ่งมีประตูน้ำเปิด - ปิด บนถังหมักย่อยสลายมีช่องคนลงขนาด0.5 x 0.5 ตารางเมตร พร้อมฝาปิด และมีท่อระบายอากาศ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว สูง 0.30 - 0.50 เมตร
2. ลานตากตะกอน เป็นลานสี่เหลี่ยมผืนผ้า ก่ออิฐฉาบปูน ขนาดกว้างประมาณ 5.00 เมตร ยาว 6.70 เมตร สูง1.00 เมตร
แบ่งเป็นช่องๆ ขนาด 16 ช่อง ใช้สำหรับตากสิ่งปฏิกูลที่ผ่านการหมักจากถังหมักย่อยสลายแล้ว ภายในลานตากชั้นล่างจะบรรจุหินย่อยให้มีความหนาของชั้นหิน
3. บ่อเก็บน้ำ หลังจากปล่อยสิ่งปฏิกูลลงสู่ลานทรายกรอง ส่วนที่เป็นน้ำจะไหลผ่านชั้นทราย และ ไปเก็บรวบรวมไว้ที่บ่อเก็บน้ำ น้ำที่ออกมาจะเป็นปุ๋ยน้ำและสามารถนำไปใช้ ประโยชน์รดน้ำต้นไม้หรือสวนสาธารณะ
4. โรงเก็บปุ๋ย หลังจากที่ตากตะกอนที่ลานตากตะกอนจนแห้งแล้ว รวบรวมนำมาเก็บไว้ที่โรงเก็บปุ๋ย เพื่อจะได้นำมาใช้ประโยชน์ต่อไป
5. ที่พักคนงาน ไว้สำหรับเป็นที่พักคนงาน ทำความสะอาด และดูแลรักษาระบบบำบัดสิ่งปฏิกูล ให้มีอายุใช้งานได้นาน และมีประสิทธิภาพ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
การกำจัดสิ่งปฏิกูลตามโครงการพระราชดำริฯ มีประโยชน์เป็นอย่างยิ่งเพราะเป็นการกำจัด สิ่งปฏิกูลที่ถูกหลักสุขาภิบาล เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานสาธารณสุขของประเทศ ในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้อัตราการป่วยและพยาธิลำไส้ลดน้อยลง ลดการสูญเสียของประเทศจากการที่รัฐจะต้องใช้จ่ายงบประมาณในการสร้างโรงพยาบาล ดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยด้วยโรคทางเดินอาหารและโรคพยาธิลำไส้ ผู้ป่วยต้องจ่ายค่ารักษา พยาบาล ต้องหยุดงาน ขาดรายได้ ในทางกลับกันหากประชาชนมีสุขภาพดี จะสามารถประกอบอาชีพมีรายได้ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีด้วย นอกจากนี้ยังสามารถนำสิ่งปฏิกูลมาใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ปลอดภัย ทำให้ประเทศสามารถ ประหยัดเงินในการสั่งซื้อปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศมาใช้ในประเทศได้จำนวนมาก ส่วนปุ๋ยจากกากสิ่งปฏิกูลที่ผ่านการหมักย่อยสลาย ช่วยทำให้คุณภาพของดินดีขึ้น
ท่องเที่ยว สุดฮิต : เกาะช้าง เชียงคาน เขาค้อ
หัวหิน ที่พักหัวหิน เขาใหญ่ เช่ารถตู้ ทัวร์เซี่ยงไฮ้
ความเห็นที่
114 โพสเมื่อ :
4 ก.พ. 54 : 08:54 น. โดย :
ร้อย.สห.พล.ร.๙
King of Kings, King of Kings
ปกครองไพร่ฟ้า ด้วยความรัก ด้วยธรรมโดยแท้จริง
King of Kings, King of Kings
ราชันผู้ยิ่งใหญ่ ก้องไปทั้งฟ้าดิน
พระทรงครองในทศพิธราชธรรม พระชี้นำให้มีความรักและสามัคคี
King of Kings.
....ขอพระองค์ทรงพระเจริญ....
ท่องเที่ยว สุดฮิต : เกาะช้าง เชียงคาน เขาค้อ
หัวหิน ที่พักหัวหิน เขาใหญ่ เช่ารถตู้ ทัวร์เซี่ยงไฮ้
ความเห็นที่
118 โพสเมื่อ :
4 ก.พ. 54 : 13:01 น. โดย :
ร้อย.บก.พล.ร.9
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นพระผู้ทรงเมตตา
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นเนื้อนาบุญของทวยราษฎร์
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นร่มโพธิ์ทองของชาวไทย
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นผู้ให้....ตลอดกาล....
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นผู้ทรงทศพิธราชธรรม
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นสมติเทพที่ควรบูชา
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นน้ำทิพย์ชโลมผืนดินไทย
- กินดี อยู่ดี เพราะมีพ่อหลวง
- กินอิ่ม นอนหลับ เพราะพระบารมีพ่อหลวงไทย
- ในหลวงเป็นพ่อของแผ่นดินไทย
- มีในหลวง มีเศรษฐกิจพอเพียง
- ขอจงทรงพระเจริญ
- รักในหลวง เปรียบเสมือน พ่อ – แม่
- พระมหากษัตริย์ไทย พระนามลือไกลทั่วโลก
- รักในหลวง และจะทำความดีเพื่อในหลวง
ท่องเที่ยว สุดฮิต : เกาะช้าง เชียงคาน เขาค้อ
หัวหิน ที่พักหัวหิน เขาใหญ่ เช่ารถตู้ ทัวร์เซี่ยงไฮ้
ความเห็นที่
119 โพสเมื่อ :
4 ก.พ. 54 : 13:02 น. โดย :
ร้อย.บก.พล.ร.9
• พระองค์ทรงอยู่เคียงข้างปวงชนชาวไทย ดังนั้นทุกข์ใดๆ อย่าได้ขุ่นเคืองพระบาทฯ
• จะทำบุญกุศล ทำความดี ส่งแรงใจด้วยความจงรักภักดี ขออย่ามีโรคภัย
• ภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย ใต้ร่มพระบารมี
• จะขอยึดนำพระราชดำรัสที่ว่า หากไม่มีคนปิดทองหลังพระ พระนั้นจะเป็นพระสวยงามได้อย่างไร
• พระจริยวัตรเพริดแพร้วสวยงาม เหล่าสยามยังเคารพและเทิดทูน ใครหยามหมิ่นจงสูญสิ้นไร้แผ่นดินแนบเนาว์
• ทั้งพระวรกายและพระราชหฤทัยทรงมิได้ทรงพักผ่อน เราพสกนิกรยังมีวันหยุด ทำไมคนไทยไม่รู้รักสามัคคี
• หนูรักและเทิดทูนฯเพราะพระองค์ท่านทรงเป็นแบบอย่างที่ดี ให้หนูรู้สึกรักถิ่นฐานบ้านเกิดและทำแต่ความดี
• ดิฉันและลูกน้อยรู้สึกตื้นตันใจ ที่ได้รอรับเสด็จทรงเยี่ยมราษฎร เพราะหมู่บ้านดิฉันอยู่ในถิ่นทุรกันดาร
• พ่อหลวงเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดในโลก จะเทิดทูนไว้เหนือสิ่งอื่นใด
• ทรงเป็นแบบอย่างการทำนาข้าวดำวันแม่ เกี่ยววันพ่อ และทรงนำน้ำจากเขื่อนพัฒนาพืชหมุนเวียน
• ผมคนพิการมีอาชีพในงานฝีมือหาเลี้ยงชีพแกะสลัก ปัจจุบันเลี้ยงตนเองและครอบครัวความเป็นอยู่ดีขึ้น
• ในหมู่บ้านมีโครงการหลวง ราษฎรไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานไปทำงานที่อื่น
ท่องเที่ยว สุดฮิต : เกาะช้าง เชียงคาน เขาค้อ
หัวหิน ที่พักหัวหิน เขาใหญ่ เช่ารถตู้ ทัวร์เซี่ยงไฮ้
ความเห็นที่
133 โพสเมื่อ :
7 ก.พ. 54 : 07:26 น. โดย :
กธก.กร.ทบ.
โครงการก่อสร้างถนนเลียบรถไฟสายใต้ (สายบางกอกน้อย)
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้ช่วงเวลาเสด็จฯ ไปโรงพยาบาลศิริราชเพียงไม่นานได้ทรงงานและทรงศึกษาสภาพพื้นที่บริเวณโดยรอบอย่างละเอียดจึงมีพระราชดำริว่า สามารถขยายแนวถนนเลียบทางรถไฟสายธนบุรี จากช่วงปลายถนนอิสรภาพ ถึงถนนจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งสภาพเดิมจากปลายถนนอิสรภาพเข้าไปประมาณ 230 เมตร เป็นถนนคอนกรีต ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 380 เมตรเป็นที่ลุ่ม มีบ้านเรือน เพิงพักอาศัย และมีทางเดินตามแนวทางรถไฟ จนถึงถนนจรัญสนิทวงศ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสถึงแนวพระราชดำริในการตัดถนนสายนี้ตอนหนึ่งว่า ต่อไป โครงการที่ 3 คือ สร้างทางในที่ที่ยังไม่มีทาง. อันนี้เกิดขึ้นที่ใกล้สถานีบางกอกน้อยระหว่างสถานีบางกอกน้อย คือ ปลายถนนอิสรภาพเชื่อมกับถนนจรัญสนิทวงศ์. ตรงนั้นเป็นที่ของการรถไฟ เป็นที่ลุ่มมีทางเดินเข้าไป ไม่ทะลุแล้วก็ขลุกขลัก. ทางกรงเทพมหานครได้ไปจัดการ. มีบ้านคนที่บุกรุกที่ของรถไฟบ้าง. แต่ก็ได้ย้ายบ้านเหล่านั้น เข้าใจว่าเป็นที่พอใจของผู้บุกรุก ให้ที่เขาอยู่ ไม่เดือดร้อน. ทางกำลังสร้างยังไม่เสร็จ. ต้องถมทรายเดี๋ยวนี้ได้กรุยมาเรียบร้อย เป็นระยะ 600 เมตร ยังไม่ได้มีการถม ยังไม่ครบ. แต่เมื่อครบแล้วก็จะเป็นทางที่จะทะลุ จากถนนอิสรภาพซึ่งต้น. ถนนอิสรภาพนี่ต้องเลี้ยวขวามาเข้าที่ถนนอรุณอมรินทร์. จากตรงนั้นก็สามารถเชื่อมจรัญสนิทวงศ์. เข้าใจว่าจะช่วยการสัญจรขึ้นเล็กน้อย. โครงการนี้ได้ให้เงินส่วนหนึ่ง แต่ว่าไม่พอ ต้องใช้เงินงบของกรุงเทพมหานคร และเงินบริจาคเพิ่มเติม. ราคาก็ไม่ใช่น้อยแต่ก็จะช่วยแก้ปัญหาจราจร.เมื่อกรุงเทพมหานครรับสนองแนวพระราชดำริแล้ว ได้ขออนุญาตใช้ที่ดดินริมทางรถไฟสายธนบุรีในพื้นที่เขตบางกอกน้อย ช่วงปลายถนนอิสรภาพถึงถนนจรัญสนิทวงศ์จากการทางรถไปแห่งประเทศไทย เพื่อก่อสร้างเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ช่องจราจร มีระยะทาง 610 เมตร มีเขตทางกว้าง 10 เมตร เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2536 งบประมาณดำเนินการ 16.5 ล้านบาท และได้เปิดการจราจรอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2537 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานนามถนนสายนี้ว่า ถนนสุทธาวาส ตามชื่อวัดที่ตั้งอยู่ในบริเวณดังกล่าว
ถนนสุทธาวาส ได้ช่วยบรรเทาปริมาณรถยนต์ที่ผ่านถนนจรัญสนิทวงศ์ บรรจบกับถนนพรานนก(สามแยกไฟฉาย) ให้น้อยลง ซึ่งทำให้การจราจรที่ถนนจรัญสนิทวงศ์คล่องตัวขึ้น นอกจากนี้ ถนนสายนี้ยังเป็นเส้นทางอีกเส้นทางหนึ่งที่จะไปสู่จุดชุมชนในย่านสำคัญๆ เช่น สถานีรถไฟสายธนบุรี โรงพยาบาลศิริราช ตลาดพรานนกได้อีกด้วย
ท่องเที่ยว สุดฮิต : เกาะช้าง เชียงคาน เขาค้อ
หัวหิน ที่พักหัวหิน เขาใหญ่ เช่ารถตู้ ทัวร์เซี่ยงไฮ้
ความเห็นที่
134 โพสเมื่อ :
7 ก.พ. 54 : 07:26 น. โดย :
กธก.กร.ทบ.
โครงการพระราชดำริถนนคู่ขนานลอยฟ้า ถนนบรมราชชนนี
เนื่องจากปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากเชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าจนถึงทางแยกสิรินธรทำให้ช่องทางการจราจรที่มีอยู่ 8 ช่องทาง ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้พื้นที่ถนนที่เพิ่มขึ้น วิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จะต้องเพิ่มพื้นผิวการจราจรให้มากขึ้น แต่การเพิ่มพื้นที่ในระดับราบนั้นกระทำได้ยาก เนื่องจากริมถนนทั้งสองด้านเต็มไปด้วย ตึก, อาคาร และสำนักงานต่างๆ มากมาย ดังนั้น วิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสมที่สุดคือ การเพิ่มพื้นที่จราจรด้วยการสร้างทางยกระดับขึ้นช่วงหนึ่ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับการจราจรได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
โครงการฯ นี้เป็นโครงการหนึ่งซึ่งสนองพระบรมราโชบาย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาคุณให้พสกนิกร เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรที่ติดขัด จากเชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าจนถึงทางแยกสิรินธร ซึ่ง กทม. ได้ดำเนินการตามพระราโชบายโดยรอบคอบและเร่งด่วน เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาจราจรในจุดสำคัญอีกจุดหนึ่งตามพระราชประสงค์
ลักษณะโครงการเป็นสะพานยกระดับ สร้างขึ้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับการจราจร จากบริเวณสะพานปิ่นเกล้าจนถึงทางแยกตลิ่งชันถนนบรมราชชนนีทั้งขาเข้าและขาออก และเพื่อแยกการจราจรของยวดยานที่ต้องการเดินทางระยะไกลออกจากยวดยานที่เดินทางในระยะใกล้ ตั้งแต่สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ จนถึงทางแยกตลิ่งชันบนถนนบรมราชชนนี เริ่มที่เกาะกลางจากแยกอรุณอมรินทร์ถึงพุทธมณฑลสาย 2 โดยขาออกจะขึ้นที่แยกอรุณอมรินทร์ ลงได้ 3 จุดที่ตลิ่งชันหน้าหมู่บ้านกฤษดานคร และใกล้วงแหวนฉิมพลี ไม่มีทางขึ้นระหว่างทาง ส่วนขาเข้าขึ้นที่ต้นทางก่อนถึงพุทธมณฑลสาย 2 ขึ้นได้ที่หน้าหมู่บ้านกฤษดานครและตลิ่งชัน และจะไม่มีทางลงระหว่างทาง โดยแบ่งความรับผิดชอบการก่อสร้างโครงการฯ เป็น 2 ส่วน คือ
1. โครงการทางคู่ขนานลอยฟ้า ถนนบรมราชชนนี ตอนปิ่นเกล้าทางแยกต่างระดับสิรินธร เริ่มดำเนินการตั้งแต่บริเวณทางแยกอรุณอมรินทร์ ถึงทางแยกต่างระดับสิรินธร ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 4,515 กิโลเมตรมอบให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบดำเนินงาน
2. โครงการต่อเนื่องจากทางคู่ขนานลอยฟ้า ถนนบรมราชชนนี ตอนทางแยกต่างระดับสิรินธร ทางแยกต่างระดับฉิมพลี เริ่มดำเนินการต่อเชื่อมกับโครงการทางคู่ขนานลอยฟ้า ถนนบรมราชชนนีของกรุงเทพมหานคร บริเวณทางแยกต่างระดับสิรินธร และสิ้นสุดโครงการบริเวณเลยจุดข้ามทางแยกพุทธมณฑลสาย 2 ไปประมาณ 500 เมตร ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 9,363 กิโลเมตรมอบให้กรมทางหลวงรับผิดชอบดำเนินการ
ลักษณะโครงการฯ
ในช่วงที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร เป็นทางยกระดับโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก และคอนกรีตอัดแรง บนถนนบรมราชชนนี สูงเหนือผิวจราจรเดิมประมาณ 12.00 เมตร กว้าง 19.45 เมตร มีช่องทางจราจร 4 ช่องทาง ช่องทางละ 3.50 เมตร ไหล่ทางข้างละ 1.25 เมตร แบ่งเป็นช่องทางขาออก 2 ช่องทาง และช่องทางขาเข้า 2 ช่องทาง พื้นผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็กและปูทับหน้าด้วยแอสฟัลท์ผสมร้อนหนา 5 เซนติเมตร พร้อมเกาะกลางเพื่อแยกทิศทางการจราจรรวมทั้งงานติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างบนทางยกระดับ และระบบระบายน้ำ งานปรับปรุงพื้นผิวจราจรเดิม งานภูมิสถาปัตย์ และติดตั้งเครื่องหมายจราจรระยะทางรวม 4,515 กิโลเมตร
ท่องเที่ยว สุดฮิต : เกาะช้าง เชียงคาน เขาค้อ
หัวหิน ที่พักหัวหิน เขาใหญ่ เช่ารถตู้ ทัวร์เซี่ยงไฮ้
ความเห็นที่
135 โพสเมื่อ :
7 ก.พ. 54 : 07:27 น. โดย :
กธก.กร.ทบ.
โครงการก่อสร้างสะพานมัฆวานรังสรรค์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริให้กรุงเทพมหานครแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณ สะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินนอก เพื่อให้การจราจรเป็นไปอย่างต่อเนื่องและสัมพันธ์กับบริเวณ เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ในการก่อสร้างกรุงเทพมหานครได้คำนึงถึงความกลมกลืนเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของสะพานมัฆวานรังสรรค์ และความสวยงาม โดยก่อสร้างสะพานคู่ขนานกับสะพานเดิมจำนวน 2 สะพาน ไม่ต้องย้ายน้ำพุ และให้มีระดับความสูงน้อยกว่าสะพานมัฆวานรังสรรค์ สะพานคู่ขนานทั้ง 2 สะพาน นี้มีความกว้างสะพานละ 15.00 เมตร มีผิวจราจร 10.00 เมตร ขนาด 3 ช่องทางจราจร มีความยาวสะพานละ 22.00 เมตร และมีการปรับปรุงเชิงลาดสะพานและส่วนต่อเนื่องด้วย
เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2537 แล้วเสร็จเปิดการจราจรในวันที่ 2 ธันวาคม 2537 รวมงบประมาณที่ใช้ในการก่อสร้างทั้งสิ้น 40 ล้านบาทและใช้งบประมาณตกแต่งศิลปกรรมจำนวน 3.6 ล้านบาท
ท่องเที่ยว สุดฮิต : เกาะช้าง เชียงคาน เขาค้อ
หัวหิน ที่พักหัวหิน เขาใหญ่ เช่ารถตู้ ทัวร์เซี่ยงไฮ้
ความเห็นที่
139 โพสเมื่อ :
16 ก.พ. 54 : 12:26 น. โดย :
ร้อย.สห.จทบ.ล.ย.
๑ หากเรารักษาสถาบันสูงสุดของเราไว้ เราก็จะรักษาแผ่นดินอันเป็นที่รักยิ่งและหวงแหนของเราไว้ได้
๒ โครงการพระราชดำริ ทุกโครงการเป็นโครงการที่ขจัดความเดือดร้อนและนำความผาสุกมาสู่ปวงชน
๓ พระราชกรณียกิจของพระองค์เป็นที่ประจักษ์ดีกับสายตาของชาวไทยและคนทั่วโลก
๔ พระองค์ทรงเปรี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ชาวประแซ่ซ้องสรรเสริญ
๕ “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ทำให้ประชนได้รับประโยชน์มีความผาสุก มั่นคงและยั่งยืนสืบไป
ปล. ร้อย.สห.จทบ.ล.ย.
ท่องเที่ยว สุดฮิต : เกาะช้าง เชียงคาน เขาค้อ
หัวหิน ที่พักหัวหิน เขาใหญ่ เช่ารถตู้ ทัวร์เซี่ยงไฮ้
ความเห็นที่
142 โพสเมื่อ :
24 ก.พ. 54 : 11:22 น. โดย :
กธก.กร.ทบ.
โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงริเริ่มดำเนินการทดลองการแปรรูปผลิตผลการเกษตรขึ้นในพระราชวังตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๔
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานทรัพย์ส่วน พระองค์สร้างโครงการอันหลากหลายในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เพื่อเป็นโรงงานตัวอย่างและพระราชทานโอกาสให้บุคคลกลุ่มต่าง ๆ ที่สนใจ " ดูกิจการได้ทุกเมื่อ " ในแต่ละปีจึงมีผู้เข้ามาศึกษาดูงานโครงการต่าง ๆ เกือบ ๒๐,๐๐๐ คนต่อปี ลักษณะของโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา แบ่งออกเป็น ๒ ประเภทคือ
โครงการแบบไม่ใช่ธุรกิจ เป็นโครงการสนองแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร ทรงให้ความสำคัญกับการเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยมีแนวทางที่สำคัญคือ ทำให้เกษตรกรสามารถพึ่งตนเองได้ทางด้านอาหาร และสนับสนุนให้มีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือ ไปจากภาคเกษตร อีกทั้งเน้นการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โครงการเหล่านี้ได้แก่ โครงการเกี่ยวกับปลานิล ป่าไม้สาธิต นาข้าวทดลองข้าวไร่ การผลิตแก๊สชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช สวนพืชสมุนไพร สาหร่ายเกลียวทองโครงการทดลองปลูกพืชโดยปราศจากดิน
ทั้งในด้านอยู่ดีกินดีและเสริมสร้างรายได้ โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ได้แก่ โรงโคนมสวนจิตรลดา เริ่มจากในปี พ.ศ. ๒๕๐๕ ได้มีบริษัทและหน่วยราชการน้อมเกล้าฯ ถวายโค ๖ ตัว ซึ่งเป็นโคตั้งท้องแล้ว ๔ ตัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์สำหรับสร้างโรงงานโคนม ราคา ๓๒,๘๘๖. ๗๓ บาท ขึ้นในบริเวณสวนจิตรลดา ต่อมาเมื่อแม่โคตกลูกและเริ่มทำการรีดนม น้ำนมที่เหลือจากการแบ่งให้ลูกโคกินแล้ว ได้นำไปจำหน่าย เมื่อมีจำนวนโคนมเพิ่มขึ้น ทั้งจากแม่โคที่ให้ลูกทุกปี และมีผู้น้อมเกล้าฯ ถวายสมทบ ทำให้สามารถผลิตน้ำนมออกจำหน่ายแก่บุคคลภายนอกและโรงเรียนต่าง ๆ ในละแวกใกล้เคียง เมื่อมีกำไรสะสมมากยิ่งขึ้น ก็ได้ขยายงานออกไปตามลำดับทั้งในด้านการผลิตน้ำนม คุณภาพนมดิบ และการส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกร ผลพลอยได้จากโรงโคนมคือ มูลโคซึ่งเมื่อนำมาหมักจะได้ " ไบโอแก๊ส " หรือ " แก๊สชีวภาพ " สำหรับเป็นเชื้อเพลิง กากจากบ่อหมักแก๊สชีวภาพยังสามารถใช้ทำเป็นปุ๋ย มูลโคที่เป็นสารละลายที่อยู่ในถังหมัก ส่วนหนึ่งนำไปใช้สำหรับเพาะเลี้ยงสาหร่ายเกลียวทอง ซึ่งสามารถนำไปทำอาหารสำเร็จรูปสำหรับเลี้ยงปลาอีกส่วนหนึ่งทำเป็นปุ๋ยใส่ แปลงพืชอาหารสัตว์ และบางส่วนนำไปใช้สำหรับบำรุงบ่อเพาะพันธุ์ปลานิล
โรงนมผงสวนดุสิต โรงนมผงสวนดุสิตตั้งขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ เนื่องจากเกิดภาวะนมสดล้นตลาด สมาชิกผู้เลี้ยงโคนมจึงได้ทูลเกล้าถวายฎีกาให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงช่วยเหลือ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงนมผงขนาดย่อมขึ้น เพื่อผลิตนมผงเป็นการแก้ปัญหานมสดล้นตลาด น้ำกลั่น น้ำกลั่นเป็นผลผลิตพลอยได้จากเครื่องระเหยนมซึ่งมีความบริสุทธิ์ค่อนข้าง สูงและมีมากพอที่จะนำไปผลิตเป็นน้ำกลั่นเพื่อใช้เติมแบตเตอรี่รถยนต์และใช้ ดื่มได้
โรงเนยแข็ง โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาได้สร้างโรงเนยแข็งน้อมเกล้าถวายในวโรกาส เฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ พุทธศักราช ๒๕๓๐ และคณะกรรมการบริหารของบริษัท ซี . ซี . ฟรีสแลนด์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ได้ร่วมน้อมเกล้าถวายอุปกรณ์สำหรับการผลิตเนยแข็ง ปัจจุบันโรงเนยแข็งสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ออกสู่ตลาด เช่น นมข้นหวานบรรจุหลอด นมเปรี้ยวพร้อมดื่มรสต่าง ๆ ไอศครีม นมสดพาสเจอร์ไรซ์ปราศจากไขมัน เนยแข็งเกาด้า เนยแข็งเช็ดด้า และเนยสด โรงนมเม็ด โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เคยผลิตนมเม็ดเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๒ แต่ประสบปัญหาทางเทคนิคทำให้ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ต่อมาเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๗ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาได้จัดทำโรงนมเม็ดขึ้นใหม่เพื่อเป็นการส่ง เสริมโภชนาการแก่ผู้บริโภค และเพื่อเป็นการแนะนำการผลิตนมเม็ดขึ้นในประเทศ ปัจจุบันสามารถผลิตนมเม็ดได้วันละ ๗,๐๐๐ - ๑๒,๐๐๐ ซองต่อวัน มีทั้งสิ้น ๓ รส คือรสหวาน รสกาแฟ และรสช็อกโกแลต ซึ่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง
เดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตร ร่วมกับบริษัทสุราทิพย์ได้ขยายกำลังผลิตแอลกอฮอล์เพื่อให้มีพอใช้ผลสมกับ น้ำมันเบนซินเป็นแก๊สโซฮอล์สำหรับรถยนต์ทุกคันของโครงการที่ใช้เบนซิน และในวันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินเปิดสถานีบริการแก๊สโซฮอล์ในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา งานทดลองผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงแบ่งเป็นหน่วยย่อย คือ ๑ . โรงแอลกอฮอล์ทำหน้าที่ ผลิตเอทธิลแอลกอฮอล์ความเข้มข้นร้อยละ ๙๕ และผลิตน้ำส้มสายชูจากสับปะรดและเศษผลไม้อื่น ๆ ๒ . โรงอัดแกลบ ทำหน้าที่ผลิตแกลบอัดแท่งและเผาถ่านจากแกลบอัดเพื่อจำหน่ายและใช้เป็นเชื้อ เพลิงสำหรับเครื่องกำเนิดไอน้ำของโรงกลั่นแอลกอฮอล์ ๓ . งานพิเศษตามที่ได้รับมอบหมายให้ดูแล ได้แก่ บ้านพลังแสงอาทิตย์ เพื่อใช้ในการศึกษาทอลองเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากพลังแสงอาทิตย์ และระบบนำน้ำเสียกลับมาใช้รดน้ำต้นไม้ และเป็นน้ำหล่อเย็นในการผลิตเทียนของโรงหล่อเทียนหลวงของสวนจิตรลดา น้ำผลไม้พาสเจอร์ไรซ์ การผลิตน้ำผลไม้พาสเจอร์ไรซ์ได้เริ่มผลิตตั้ง แต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ โดยผลิตน้ำส้ม น้ำอ้อย น้ำกระเจี๊ยบ และน้ำขิงออกจำหน่าย และส่งเสริมให้เกษตรจัดตั้งกลุ่มดำเนินงานในรูปของสหกรณ์เกษตร โรงน้ำผลไม้บรรจุกระป๋อง เริ่มโครงการเมื่อปลายเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการตั้งโรงงานขนาดเล็ก ต้นทุนการผลิต การตลาดที่จะผลิตผลไม้บรรจุกระป๋องเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนดื่มน้ำผลไม้มาก ขึ้น น้ำผลไม้บรรจุกระป๋องของโครงการมีหลายชนิด เช่น น้ำมะม่วง น้ำตะไคร้ น้ำเห็ดหลินจือผสมน้ำผึ้ง น้ำสับปะรด น้ำกาแฟ น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง เป็นต้น สาหร่ายเกลียวทอง ในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ งานวิจัยและพัฒนาโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ได้นำน้ำกากมูลหมักซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการผลิตแก๊สชีวภาพมาใช้เลี้ยง สาหร่ายเกลียวทอง และนำไปใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตอาหารปลา
ท่องเที่ยว สุดฮิต : เกาะช้าง เชียงคาน เขาค้อ
หัวหิน ที่พักหัวหิน เขาใหญ่ เช่ารถตู้ ทัวร์เซี่ยงไฮ้
ความเห็นที่
149 โพสเมื่อ :
4 มี.ค. 54 : 09:52 น. โดย :
กธก.กร.ทบ.
โครงงานเศรษฐกิจพอเพียงกับเทียนไขไล่ยุง
ที่มาและความสำคัญ
เศรษฐกิจพอเพียงเป็นโครงการในพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช รัชกาลที่ 9 คำว่า เศรษฐกิจพอเพียง เป็นสิ่งที่สื่อให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของบุคคลว่ามีความเป็นอยู่อย่างเพียงพอไม่ฟุ่มเฟือย สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยตนเองและการพึ่งพาธรรมชาติตลอดจนการดำเนินการอย่างลงตัว จากแนวความคิดดังกล่าวทำให้พวกเราได้คิดหาวิธีการที่จะดำเนินตามรอยพระยุคลบาทของในหลวง โดยศึกษาถึงการดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียงในเรื่องของพืชผักสวนครัว ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันอยู่ในสภาวะวิกฤติ
ในด้านเศรษฐกิจ การปลูกพืชผักสวนครัวก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้อยู่อย่างพอเพียงได้ ในพืชผักสวนครัวประกอบด้วยพืชผักนานาชนิดเช่น ข่า ตะไคร้ มะกรูด มะเขือ กะเพรา แมงลัก โหรพา ยี่หร่า เป็นต้น พืชผักดังกล่าวเป็นพืชที่เป็นประโยชน์ในด้านการประกอบอาหาร และจากการศึกษาเพิ่มเติมเราก็พบว่า พืชผักบางชนิดมีสารบางอย่างที่สามารถไล่แมลง โดยเฉพาะยุง ซึ่งเป็นพาหะนำโรคร้ายที่สามารถคร่าชีวิตของคนได้ นั่นก็คือโรคไข้เลือดออก จึงถือได้ว่าเป็นปัญหาและโรคที่ร้ายแรง แต่เราก็สามารถป้องกันได้โดยการกำจัดตัวพาหะนำโรค นั่นก็คือยุง
เราจึงได้คิดหาวิธีที่จะกำจัดยุงด้วยวิธีการธรรมชาติและสอดคล้องกับทฤษฎีของเศรษฐกิจพอเพียงประกอบกับโรงเรียนของพวกเราอยู่ในบริเวณวัดเห็นมีเศษเทียนจากการประกอบพิธีทางศาสนาที่ไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์อะไร เราจึงได้คิดที่จะนำเอาเศษ เทียนเหล่านั้นมาใช้ หล่อ เป็นเทียนโดยได้นำเอาพืชผักสวนครัวสมุนไพรที่สามารถไล่ยุงได้มาผสมลงในการหล่อเทียน เพื่อใช้เป็นเทียนสมุนไพรไล่ยุง
วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า
1. เพื่อศึกษาผักสวนครัวที่สามารถไล่ยุงได้และแมลงได้
2. เพื่อศึกษาการใช้เทียนไขสมุนไพรไล่ยุง
ขั้นตอนในการดำเนินการ
1. ศึกษาเอกสารความรู้เกี่ยวกับเรื่องผักสวนครัวสมุนไพร
2. จัดทำแม่พิมพ์
3. หล่อเทียนตะไคร้หอม ใบมะกรูด ข่า
4. สรุปผลการทดลองใช้
สรุป อภิปรายผล
จากผลการศึกษาค้นคว้าความรู้เกี่ยวผักสวนครัวสมุนไพร เราก็พบว่าพืชผักที่สามารถไล่ยุงได้ มีตะไคร้หอม มะกรูด และ ข่า เมื่อเราศึกษาเกี่ยวกับเรื่องรูปทรงเรขาคณิตและปริมาตร โดยเรากำหนดพื้นที่ฐานและ ความสูงของรูปทรงปริซึม พีระมิด กรวย ทรงกลมและทรงกระบอก ทำให้เราพิสูจน์ว่าเมื่อปริมาตรและความสูงที่เท่ากัน รูปทรงที่สามารถไล่ยุงได้นานที่สุดคือ รูปทรงกรวย กล่าวคือ การนำเอารูปทรงเรขาคณิตมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ในเรื่องของการใช้เศษเทียนไข
ประโยชน์ที่ได้รับ
1. ประโยชน์ของพืชผักสวนครัวสมุนไพรที่สามารถไล่ยุงและแมลง
2. ทราบว่ารูปทรงเรขาคณิตที่ใช้ในการไล่ยุงได้นานที่สุดคือ กรวย พีระมิด ทรงกระบอกและปริซึม ตามลำดับ
3. ได้นำแนวความคิดเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นการนำสิ่งที่มี
อยู่แล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ท่องเที่ยว สุดฮิต : เกาะช้าง เชียงคาน เขาค้อ
หัวหิน ที่พักหัวหิน เขาใหญ่ เช่ารถตู้ ทัวร์เซี่ยงไฮ้
ความเห็นที่
150 โพสเมื่อ :
4 มี.ค. 54 : 09:53 น. โดย :
กธก.กร.ทบ.
โครงการเลี้ยงปลาตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง
เป้าหมายโครงการ ส่งเสริมเพิ่มทักษะตำรวจด้านอาชีพเสริม จำนวน 106 คน
1. หลักการและเหตุผล การบริหารจัดการแหล่งน้ำที่เหมาะสมและประสิทธิภาพ ซึ่งแต่ละพื้นที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินโครงการไม่เหมือนกัน จึงดำเนินการปรับและประยุกต์ตามสภาพพื้นที่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเป็นการพัฒนาทักษะการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อนำไปต่อยอดขยายการดำเนินการเพื่อเป็นอาชีพเสริมและเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้านการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
2. วัตถุประสงค์
2.1 สนับสนุนให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการดำเนินโครงการ
2.2 สนับสนุนและส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
3. เงื่อนไขของโครงการ
3.1 ต้องมีบ่อที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลาขนาดอย่างน้อย 1 งาน
3.2 เงินทุนสมทบที่จะดำเนินการ นอกเหนือจากกรมประมงสนับสนุน
3.3 ข้าราชการตำรวจทุกฝ่ายต้องขยันขันแข็งและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประมง
4. เป้าหมายของโครงการ
4.1 สามารถใช้ประโยชน์ จากแหล่งน้ำคลองข้างบ่อที่มีอยู่ในการเลี้ยงปลาได้ตลอดปี
4.1 สามารถใช้ประโยชน์จากการดำเนินโครงการ ฯ ในการสร้างงานและรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว
5. ผลสัมฤทธิ์ของงานที่คาดหวัง
6. ระยะเวลาดำเนินการ
6.1 ปีงบประมาณ 2550 ( ตั้งแต่เดือน กันยายน 2550 - เมษายน 2551 )
7. แผนการดำเนินงานตามกิจกรรม
7.1 ออกคำสั่งแบ่งข้าราชการตำรวจ ออกเป็นกลุ่ม ( ตามสายงาน )
7.2 รับผิดชอบจัดหาและให้อาหารปลา และหาพืชผักตามธรรมชาติ เช่นผักบุ้ง ตามคำสั่งเป็นประจำ พร้อมทั้งดูแลรักษาความสะอาด
7.3 เรียนเชิญเจ้าหน้าที่ของสำนักงานประมงตรวจให้คำแนะนำการเลี้ยงตามความเหมาะสม
8. พื้นที่ดำเนินการ
8.1 สระน้ำหน้าสถานีตำรวจ พื้นที่ประมาณ 2 งาน
9. งบประมาณการดำเนินการและหน่วยงานสนับสนุน
9.1 ค่าอาหารปลาและพืชผักตามธรรมชาติโดยใช้งบปกติของหน่วย
9.2 ขอรับการสนับสนุนพันธุ์ปลาจาก สถานีประมงน้ำจืด สุโขทัย
10. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. ข้าราชการตำรวจได้รับความรู้ในเรื่องการเลี้ยงปลา อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
2. ข้าราชการตำรวจ สามารถนำไปประกอบอาชีพได้
ท่องเที่ยว สุดฮิต : เกาะช้าง เชียงคาน เขาค้อ
หัวหิน ที่พักหัวหิน เขาใหญ่ เช่ารถตู้ ทัวร์เซี่ยงไฮ้
ความเห็นที่
172 โพสเมื่อ :
28 มี.ค. 54 : 18:03 น. โดย :
ร.๑๕๑ พัน.๓
1.กษัตริย์ ผู้ทรงธรรม พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ ชาวไทย
2. ทรงเป็นทุกลมหายใจ ของปวงประชาราษฎร ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
3. ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท จะขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป
4. รวมใจภักดี รัก ในหลวง
6. พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม
ท่องเที่ยว สุดฮิต : เกาะช้าง เชียงคาน เขาค้อ
หัวหิน ที่พักหัวหิน เขาใหญ่ เช่ารถตู้ ทัวร์เซี่ยงไฮ้