มณฑปพระพุทธบาท สระบุรี (ซ้ายบน)
มณฑปพระพุทธบาท เป็นสถาปัตยกรรมแบบอยุธยา เป็นมณฑปฐานสูงสร้างความคร่อมรอยพระพุทธบาท ซึ่งอยู่บนยอดเขาพระพุทธบาท สระบุรี ตามตำนานเล่าว่า พรานบุญ ซึ่งขึ้นไปล่าเนื้อบนไหล่เขาได้ไปพบแอ่งน้ำซึ่งเป็นรอยพระพุทธบาท สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมทราบเรื่องก็เสด็จมาทอดพระเนตร ก็รู้ชัดว่าเป็นรอยพระพุทธบาทตรงตามที่พระสงฆ์ฝ่ายลังกาได้อ้างไว้ในคัมภีร์
เมืองโบราณได้สร้างมณฑปพระพุทธบาทขึ้น โดยยึดถือข้อมูลจากนิราศพระบาทของสุนทรภู่และปุณโณวาท คำฉันท์ของพระมหานาค วัดท่าทรายการตกแต่งภายในมณฑป โดยเฉพาะการประดับกระจกเงาบนผนังและเพดานถือจากหลักฐานที่กล่าวไว้ในจดหมายเหตุขุนโขลน ส่วนรอยพระพุทธบาทนั้นได้รับมอบจาก ฯพณฯ ประธานาธิบดีอินเดีย
พระที่นั่งจอมทอง อยุธยา (ขวาบน)
พระที่นั่งจอมทองเป็นพระที่นั่งองค์หนึ่งอยู่ในเขตวัดพระศรีสรรเพชญ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นสมัยใด แต่ต่อมาได้กลายเป็นหอมณเฑียรธรรมไป
พระที่นั่งจอมทองนั้นเป็นฝีมือการก่อสร้างสมัยอยุธยาตอนปลาย สมัยหลังสมเด็จพระนารายณ์มหาราชลงมา ด้วยก่อเป็นตึก มีการเจาะหน้าต่างถี่ สันนิษฐานว่าพระที่นั่งจอมทองเดิมอาจจะเป็นไม้ หรือถ้าก่อเป็นตึกก็มีขนาดเล็กไม่กว้างขวางพอสำหรับจะประชุมคณะสงฆ์ในการแปลพระไตรปิฎกหรือประชุมปรึกษาข้อธรรมอันลึกซึ้งที่ไม่อาจยุติกันได้ง่าย ดังนั้นหลังจากรัชกาลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมลงมาจึงได้รื้อหลังเดิมลงจนหมดแล้วสร้างขึ้นใหม่หลังจากสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ ให้ใหญ่โตโอ่อ่ายิ่งกว่าเดิม
พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท อยุธยา (ซ้ายล่าง)
สรรเพชญปราสาท เป็นพระที่นั่งโบราณสมัยอยุธยาตอนต้น ในสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นโดยหนีจากอิทธิพลของสถาปัตยกรรมขอมและไทยเหนือ ดังนั้นพระที่นั่งองค์นึงเป็นที่รวมความเป็นเอกลักษณืของศิลปะสถาปัตยกรรมอยุธยาเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่ฐาน เสา ลวดลายประดับ ซุ้มพระทวาร พระบัญชร หลังคาและเครื่องยอด
พระที่นั่งสรรเพชฐปราสาทใช้เป็นที่ประกอบพิธีและรับแขกเมืองของพระมหากษัตริย์ ต่อมาเมื่อเสียกรุงครั้งที่ ๒ ในปี พ.ศ. ๒๓๑๐ ถูกพม่าเอาไฟเผาทิ้ง ทั้งองค์เหลือแต่ซากฐาน
เมืองโบราณได้สร้างพระที่นั่งสรรเพชญปราสาทขึ้น โดยค้นคว้าจากหลักฐานดั้งเดิมทั้งของไทยและต่างชาติเช่น จดหมายเหตุ ตำนานพระราชพงศาวดาร ประกอบกับหลักฐานที่เหลือให้เห็นอย่างคร่าว ๆ โดยมากำหนดเป็นผังขึ้น ประกอบกับหลักฐานจากภาพเขียน ไม้สลัก และโบราณวัตถุสมัยอยุธยา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันและสมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงใช้พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท ณ เมืองโบราณ รับรองเสด็จพระนางเจ้าอลิชาเบธที่ ๒ และพระราชสวามีเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๕ ซึ่งในวันนั้นได้ถือเป็นสิริมงคลและเป็นเสมือนวันเปิดเมืองโบราณต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการด้วย
วิหารพระศรีสรรเพชญ อยุธยา (ขวาล่าง)
วิหารพระศรีสรรเพชญ อยู่ในบริเวณวัดพระศรีสรรเพชญ อันเป็นเขตพุทธาวาสในเขตพระราชวังหลวง กรุงศรีอยุธยา เป็นวิหารใหญ่ขนาด ๙ ห้อง ก่ออิฐถือปูนสร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ (พ.ศ. ๒๐๓๔-๒๐๗๒) เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหล่อปางประทับยืนองค์หนึ่งซึ่งหุ้มด้วยทองคำหนัก ๓๔๖.๕ กิโลกรัม (๒๘๖ ชั่ง) มีพระนามว่า "พระศรีสรรเพชญ"
ครั้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๐ กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า ทหารพม่าได้เอาไฟเผาลอกทองคำที่หุ้มองค์พระไปจนหมดเหลือแต่ซาก ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชมีพระราชประสงค์ที่จะบูรณะพระศรีสรรเพชญให้ดีดังเดิม แต่องค์พระชำรุดละลายเหลือที่จะปฏิสังขรณ์ได้ จึงโปรดเกล้าฯ ให้นำซากมาบรรจุไว้ในพระเจดีย์ที่ทรงสร้างขึ้นในวัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์) กรุงเทพฯ แล้วพระราชทานนามว่า "พระเจดีย์ศรีสรรเพชญดาญาณ"
ท่องเที่ยวสุดฮิต: หัวหิน ที่พักหัวหิน เกาะเสม็ด เกาะช้าง เขาใหญ่ ทัวร์ต่างประเทศ! |