|
หนองหาน
เป็นทะเลสาบน้ำจืด
ที่มีชื่อเสียงและกว้างใหญ่มากแห่งหนึ่งของประเทศไทย
มีเนื้อที่ประมาณ 123 ตร.กม.
เป็นที่รวมของลำห้วยต่าง ๆ
หลายสายและยังเป็นต้นน้ำของลำน้ำก่ำซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่อำเภอธาตุพนม
จังหวัดนครพนม
เป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญทางด้านการเพาะปลูกการเลี้ยงสัตว์
การประมง
ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านในชุมชนรอบหนองหาน
ระดับน้ำในหนองหานลึกประมาณ
3 - 8 เมตร
ในบริเวณหนองหานมีเกาะต่างๆ
กว่า 20 เกาะ
เช่นเกาะดอนสวรรค์
ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด
บนเกาะมีวัดร้าง
และพระพุทธรูปเก่าแก่
นอกจากนั้นตามเกาะต่างๆ
เหล่านี้จะมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่มากมาย
เป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิด
บางเกาะได้สร้างศาลาพักร้อน
เช่น เกาะแก้ว เกาะดอนสะคาม
และเกาะดอนสะทุง ฯลฯ
ซึ่งในเวลากลางวันสาหร่ายซึ่งอยู่ใต้พื้นน้ำ
เมื่อแดดส่องลงในน้ำจะเห็นสาหร่ายเป็นสีทอง |
|
-----------------------------------------------------------------
|
|
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
ตั้งอยู่ติดกับหนองหานบริเวณตำบลธาตุเชิงชุม
ในตัวเมือง
มีเนื้อที่ประมาณ 120 ไร่
ได้รับอนุมัติให้จัดสร้างขึ้นเป็นแห่งที่
10 ของประเทศไทย
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ได้เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเปิดสวนฯ
เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2530
มีลักษณะเป็นสวนล้อมสระน้ำขนาดใหญ่
ชื่อสระพังทอง เป็นสระโบราณ
เชื่อกันว่าสร้างมาพร้อมกับการสร้างพระธาตุเชิงชุม
ภายในบริเวณสวนประกอบด้วยสวนไม้ดอกไม้ประดับ
สวนป่า สวนน้ำ สวนหิน
สวนออกกำลังกาย
และน้ำพุที่สูงราว 69 เมตร
ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาหาความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ได้อีกด้วย
สวนแห่งนี้เปิดตั้งแต่เวลา
04.00 - 21.00 น.
นอกจากนั้นยังมีสวนเทิดพระเกียรติ
60 พรรษา มหาราชินี
สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา
60 เมื่อ พ.ศ. 2536
เป็นสวนขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนพื้นที่
ประมาณ 80 ไร่
อยู่ที่บ้านหนองบัวใหญ่
ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กม.
ตามทางหลวงหมายเลข 22
เส้นทางสายสกลนคร - บ้านธาตุ
แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปอีกประมาณ
200 เมตร
จะถึงบริเวณสวนซึ่งครอบคลุมพื้นที่ดอนขาม
ดอนลังกา
ภายในบริเวณประกอบด้วยสวนพฤกษชาตินานาพันธุ์
ศาลาพักร้อน น้ำพุ จุดชมวิว
ที่อาศัยของนกนานาชนิด
และยังเป็นสถานที่พักผ่อนของชาวสกลนครซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน |
|
-----------------------------------------------------------------
|
สถานแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด |
|
ตั้งอยู่ในสถานีประมงน้ำจืด ถนนใสสว่าง
ภายในจัดแสดงและให้ความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ปลาชนิดต่างๆ ที่ค้นพบในภาคอีสานเช่น
ปลาเผือก ปลาหอม ปลาเสือตอ ปลาออสก้าลาย ปลาจันทร์เทศ เป็นต้น
-----------------------------------------------------------------
|
ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร |
|
อยู่ภายในสถาบันราชภัฎสกลนคร
ถนนนิตโย ตำบลธาตุนาแวง
เป็นที่แสดงสิ่งของ
เครื่องใช้ของชนเผ่าต่าง ๆ
พร้อมภาพประวัติและเอกสารแสดงความเป็นมาทางศิลปวัฒนธรรม
ติดต่อให้เข้าชมโทร. (042) 711274
เปิดบริการตั้งแต่เวลา 08.30 -
16.30 น.
-----------------------------------------------------------------
|
|
|
|
พระธาตุดุม
อยู่ที่วัดพระธาตุดุม
บ้านธาตุดุม ตำบลงิ้วดอน
ถนนสาย รพช. ทางไป
โรงเรียนพัฒนาศึกษา
ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 3
กม.
มีปรางค์องค์เดียวสร้างด้วยศิลาแลงสมัยเดียวกับพระธาตุนารายณ์เจงเวง
แต่องค์ปราสาทเล็กกว่ามีเพียงยอดเดียวไม่มีฐานรองรับ
พบทับหลังทั้ง4 ด้าน
ด้านทิศเหนือเป็นภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์นอกจากนี้ยังมีภาพเทวดาทรงพาหนะเหนือหน้ากาลประกอบด้วยสัตว์ต่าง
ๆ เช่น ช้าง สิงห์
และลายใบไม้ม้วน
การกำหนดอายุ
ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 - 17
ศิลปะเขมรแบบบาปวน |
|
-----------------------------------------------------------------
|
พิพิธภัณฑ์อาจารย์มั่น
ภูริทัตโต

ตั้งอยู่ในวัดป่าสุทธาวาส
เดินทางไปตามถนนสุขเกษมจนถึงศูนย์ราชการจังหวัดมีทางแยกซ้ายไปอีกประมาณ
250 เมตร
ตัวพิพิธภัณฑ์มีลักษณะการก่อสร้างแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ประยุกต์สร้างด้วยกระเบื้องดินเผา
ภายในพิพิธภัณฑ์มีรูปหล่อเหมือนองค์ของพระอาจารย์มั่น
ภูริทัตโตในท่านั่งสมาธิ
และมีตู้กระจกบรรจุอัฐิของท่านที่แปรสภาพเป็นแก้วผลึกใสสีขาว
ยกฐานสูงพื้นปูด้วยหินอ่อน
พร้อมทั้งตู้แสดงเครื่องอัฐบริขาร
รวมทั้งประวัติความเป็นมาของท่านตั้งแต่เกิดจนมรณภาพพระอาจารย์มั่น
ภูริทัตโต
กำเนิดในสกุลแก่นแก้ว
ที่ตำบลโขงเจียม
จังหวัดอุบลราชธานี
บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ
15 ปี และอุปสมบทเมื่ออายุ 22
ปี ที่วัดเลียบ
จังหวัดอุบลราชธานี
ท่านเป็นพระที่ยึดมั่นในปฏิมาธุดงด์กรรมฐานเป็นวัตรมีพระในสายเดียวกับท่านอีกหลายองค์
ที่ได้เข้ามาปฏิบัติและฝึกวิปัสสนากรรมฐานตามแนวของท่าน
เช่น หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
หลวงปู่ขาว
อาลนาโยหลวงปู่แหวน
สุจินต์โน เป็นต้น
ในระยะหลังท่านเริ่มมีอาการป่วยบ่อย
จึงย้ายจากการธุดงด์กรรมฐานเข้ามาจำพรรษาที่วัดป่าสุทธาวาส
และมรณภาพเมื่อวันที่ 11
พฤศจิกายน พ.ศ. 2492
|
|
-----------------------------------------------------------------
|
ปราสาทพระธาตุนารายณ์เจงเวง |
|
ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดพระธาตุนารายณ์เจงเวง
บ้านธาตุ
ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 5
กม. โดยใช้เส้นทางสายสกลนคร -
อุดรธานี ทางหลวงหมายเลข 22
ถึงบริเวณบ้านธาตุซึ่งอยู่ก่อนถึง
สี่แยกถนนเลี่ยงเมืองไปเล็กน้อยแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก
400 เมตร
เป็นพระธาตุประกอบด้วยปรางค์องค์เดียว
สร้างด้วยหินทรายบนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่
สลักลวดลายลงบนเนื้อหิน
มีทับหลังจำหลักภาพพระกฤษณะฆ่าสิงห์
ในรูปแบบศิลปะเขมร
สมัยบาปวน
ลักษณะคล้ายกับปราสาทหินของขอมที่ปรากฏหลายแห่งภาคอีสาน
ลวดลายสลักหินบนซุ้มประตู
หน้าต่างยังมีลักษณะสมบูรณ์ปรากฏชัดซึ่งเชื่อกันว่าเป็นฝีมือของผู้หญิงสร้างทั้งหมด
เพื่อแข่งขันกับผู้ชายที่สร้างพระธาตุภูเพ็ก
รูปแบบและศิลปะกำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่
16
งานประเพณีของพระธาตุเจงเวงจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น
11 ค่ำ - 15 ค่ำ เดือน 4 ของทุกปี
-----------------------------------------------------------------
|
|
|
พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์
ตั้งอยู่กลางเทือกเขาภูพาน
บนเส้นทางหลวงสายสกลนคร -กาฬสินธุ์
เส้นทางหลวงหมายเลข 213
ห่างจากตัวเมืองสกลนคร 13 กม.
มีทางแยกเข้าไปทางด้านขวามือ
ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2106
เป็นสถานที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
ตลอดจนพระราชวงศ์
ในคราวเสด็จแปรพระราชฐานเยี่ยมพสกนิกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
บริเวณสถานที่ตั้งเป็นป่าไม้ร่มรื่น
มีไม้ดอกไม้ประดับตกแต่งไว้อย่างสวยงาม
ในระหว่างที่ไม่ได้ประทับอยู่ที่พระตำหนัก
ทรงอนุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้
ทุกวัน
โดยทำหนังสือถึงสำนักเลขาธิการพระราชวัง
พระบรมมหาราชวัง
ถนนหน้าพระลาน กรุงเทพฯ 10200
และเมื่อได้รับหนังสือตอบรับแล้วจึงจะเดินทางไปชมได้ |
|
-----------------------------------------------------------------
|
|
ชาวภูไท
บ้านโนนหอม |
|
ตำบลโนนหอม
อยู่ห่างจากตัวเมืองไปตามเส้นทางสกลนคร-
นาแก (ทางหลวงหมายเลข 223)
ประมาณ 13 กม.
มีทางแยกขวาอีกประมาณ 2 กม.
ชาวภูไทที่บ้านโนนหอมนี้อพยพมาจากฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง
เมื่อประมาณ 100 กว่าปีแล้ว
และยังรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวภูไทไว้
ติดต่อการแสดงจัดพาแลงและการฟ้อนรำของชาวภูไทล่วงหน้าที่
ศูนย์สาธิตการตลาดบ้านโนนหอม
เลขที่ 5 หมู่ที่ 2 ตำบลโนนหอม
อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร
|
|
|
|