|
พระพุทธไสยาสน์ถ้ำภูค่าว
ตั้งอยู่ในเขตวัดพระพุทธนิมิตร
บ้านนาสีนวล ตำบลโนนศิลา
อำเภอสหัสขันธ์
สามารถเดินทาง
โดยใช้เส้นทางกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์
ตามเส้นทางหลวง 227
เป็นระยะทางประมาณ 6 กม.
รวมเป็นระยะทางจากกาฬสินธุ์ประมาณ
34 กม.
บริเวณถ้ำภูค่าวแต่เดิมเป็นสถานที่สำคัญ
ทางศาสนาแห่งหนึ่ง
ปัจจุบันเป็นเพียงวัดเล็กๆ
เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ภูค่าว
ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่แปลกจากพระนอนทั่วไปคือ
แทนที่จะไสยาสน์ตะแคงขวา
แต่กลับไสยาสน์ ตะแคงซ้าย
ไม่มีพระเกตุมาลา
พระนอนองค์นี้มีประวัติว่าสร้างขึ้นเมื่อปี
พ.ศ. 2235 เป็นพระโมคคัลลานะ
เป็นที่เคารพของชาวบ้านทั่วไป
มีงานนมัสการปิดทองในวันตรุษสงกรานต์ทุกปี
พุทธสถานภูสิงห์
อยู่บนยอดเขาภูสิงห์
ห่างจากตัวเมืองไปทางเหนือประมาณ
34 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 2319
มีทางขึ้น 2 ทาง คือ
ทางราดยางคดเคี้ยวขึ้นตามไหล่เขาทางทิศตะวันตก
และทางเดินเท้า ทำเป็นบันได
104 ขั้น ทางทิศตะวันออก
เป็นสถานที่พักผ่อนที่ร่มรื่นล้อมรอบด้วยธรรมชาติ
ทั้งยังมองเห็นทิวทัศน์ของทุ่งนา
หมู่บ้านและน้ำในเขื่อนลำปาวอันสวยงามอีกด้วย
พุทธสถานภูสิงห์
เป็นที่ประดิษฐานพระพรหมภูมิปาโล
ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย
หน้าตักกว้าง 10.5 เมตร
มีพระวรกายสง่างาม
กลุ่มทอผ้าแพรวา
บ้านโพน อำเภอคำม่วง
ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์
70 กม.
ผ้าแพรวาทอจากผ้าไหมด้วยลายมัดหมี่ละเอียดลายเฉพาะตัว
เป็นงานฝีมือทอผ้าของชาวผู้ไท
ต่อมาสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถทรงสนับสนุนจนเป็นที่แพร่หลาย
ลักษณะลายผ้าอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกลุ่มทอผ้าชาวผู้ไทบ้านโพนนั้น
แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
ลายหลัก และลายแถบ
ส่วนสีของผ้าแพรวามิได้มีเพียงสีแดงเท่านั้น
ปัจจุบันนี้มีการให้สีต่างๆ
มากขึ้นตามความต้องการของตลาด
เช่น สีครีม สีชมพูอ่อน
สีม่วง สีน้ำเงิน สีเขียว
เป็นต้น
ซึ่งนับได้ว่าการทอผ้าแพรวาเป็นงาน
ศิลปหัตถกรรมประเภทสิ่งทอที่หาได้น้อยแห่งในประเทศไทย
แหลมโนนวิเศษ
เป็นภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นผืนดินที่ยื่นเข้าไปในบริเวณอ่างเก็บน้ำของเขื่อนลำปาว
อยู่ที่ตำบลโนนบุรี
อำเภอสหัสขันธ์
ห่างจากตัวจังหวัดกาฬสินธุ์
36 กม. เป็นจุดชม
พระอาทิตย์อัสดงที่สวยงามมากแห่งหนึ่งในจังหวัดกาฬสินธุ์
วัดสักกะวัน
ตั้งอยู่ที่เชิงภูกุ้มข้าว
อำเภอสหัสขันธ์
สามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์(ทางหลวง
227) ประมาณ 28 กม. (ก่อนถึงสหัสขันธ์
2 กม.)
มีทางแยกขวาไปวัดสักกะวัน 1
กม.
วัดนี้เป็นสถานที่ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์จำนวนมาก
โดยซากกระดูกบางส่วนได้นำมาจัดแสดงที่ศาลาวัด
มีการจัดนิทรรศการการแสดงความเป็นมาของการ
เกิดไดโนเสาร์ยุคต่างๆ
รวมทั้งรูปภาพการขุดค้นพบซากกระดูกเหล่านี้
นอกจากนั้น
ห่างจากศาลาวัดไปประมาณ 100
เมตรมีโครงกระดูกไดโนเสาร์ฝังอยู่ในพื้นดินบริเวณเชิงเขา
ได้รับการขุดแต่งโดยเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณี
เป็นซากกระดูกไดโนเสาร์ชนิดซอโรพอด
มากกว่า 1 ตัว
ซึ่งอยู่ในยุคจูแรสสิคตอนปลาย
(ประมาณ 150 ล้านปีมาแล้ว)
|