|
บึงบอระเพ็ด
เป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
มีเนื้อที่ประมาณ 132,737 ไร่
อยู่ในเขตอำเภอเมือง
อำเภอท่าตะโก
และอำเภอชุมแสงในอดีตบึงบอระเพ็ดได้ชื่อว่าเป็น
"ทะเลเหนือ" หรือ "จอมบึง"
เพราะมีสัตว์และพันธุ์พืชน้ำอยู่มากมาย
จากการสำรวจพบว่ามีสัตว์อาศัยอยู่ประมาณ
148 ชนิด พืช 44
ชนิดมีพันธุ์สัตว์ที่หายากได้แก่
นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินทรปลาเสือตอ
และในช่วงเดือนพฤศจิกายน
ถึงมีนาคมจะมีนกเป็ดน้ำจำนวนมากอพยพมาที่บึงแห่งนี้
พื้นที่บางส่วนได้รับการประกาศให้เป็น
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ดอยู่ในความดูแลของกองอนุรักษ์สัตว์ป่า
กลางบึงมีตำหนักแพที่สร้างขึ้น
เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จแปรพระราชฐาน
การเดินทางจากตัวเมืองนครสวรรค์ไปบึงบอระเพ็ด
สามารถไปได้หลายเส้นทาง
การเดินทางโดยทางเรือ
จากตลาดท่าน้ำเทศบาลเมืองนครสวรรค์ไปตามลำน้ำผ่านขึ้นไปทางเหนือ
ประมาณ 6 กม.ถึงปากคลองเข้าบึงบอระเพ็ด
เมื่อลอดใต้สะพานรถไฟเข้าไปก็จะถึงบริเวณบึง
ส่วนการเดินทางโดย
รถยนต์สามารถเข้าถึงบึงบอระเพ็ดได้
2 ด้าน คือ
หากเข้าทางด้านเหนือ
เดินทางไปตามเส้นทาง
สายนครสวรรค์-ชุมแสง ประมาณ 9
กม. จะมีทางแยกขวาอีก 2 กม.
เข้าไปยัง "สถานีประมงบึงบอระเพ็ด"
ในบริเวณมีบ่อเพาะพันธุ์ปลาและจระเข้
มีเรือหางยาวนำชมบึง
อีกเส้นทางหนึ่งคือเข้าทางด้านทิศใต้ของบึงบอระเพ็ด
จากตัวเมืองใช้เส้นทางสายนครสวรรค์-ท่าตะโก
ประมาณ 20 กม.
แล้วเลี้ยวซ้ายตามป้ายอีก 4
กม. ถึง "อุทยานนกน้ำ" หรือ
"เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด"
ซึ่งจัดตั้งอยู่ในรูปของศูนย์ศึกษาธรรมชาติ
ในบริเวณที่ตั้งสำนักงานจัดเป็นสวนพักผ่อน
มีนกหลายชนิดเลี้ยงไว้ในกรงให้ชม
มีบ้านพักบริการ
การเข้าพักต้องทำจดหมายติดต่อที่
หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด
อุทยานนกน้ำอำเภอเมือง
จังหวัดนครสวรรค์ 60000
โดยเสียค่าบำรุงสถานที่ให้กับทางสำนักงาน
ขณะนี้กรมประมงกำลังดำเนินการพัฒนาปรับปรุงบึงบอระเพ็ดโดยมีวัตถุประสงค์
เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการประมงและพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว
วัดศรีสวรรค์สังฆาราม
(วัดถือน้ำ)
ตั้งอยู่ที่ตำบลนครสวรรค์
ออกห่างจากตัวเมือง 4 กม.
ไปตามถนนพหลโยธิน (นครสวรรค์-กรุงเทพฯ)
เข้าไปทางค่ายจิรประวัติ
เป็นวัดเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์
ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับข้าราชการ
กระทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา
โดยมีใบหอก ใบพาย
มีดดาบสมัยโบราณ
พระพุทธรูปทองคำปางปฐมเทศนาและพระพุทธรูปเนื้อเงินบรรจุอยู่ภายใน
พระประธานในพระอุโบสถหลังเก่าประมาณ
อายุได้ 100 ปีเศษ ในปี พ.ศ. 2519
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอทั้งสองพระองค์
เสด็จฯ
มาทรงตัดลูกนิมิตพระอุโบสถหลังใหม่
วัดนี้ถือได้ว่า
เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดที่มีคุณค่าแก่การศึกษาในทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่งแห่งหนึ่ง
ถ้ำบ่อยา
เป็นถ้ำอยู่บนเขาที่หมู่บ้านหินก้อน
ตำบลหนองกรวด อำเภอเมือง
อยู่ห่างจากตัวเมืองเป็นระยะทางประมาณ
30 กม. ตามถนนสายนครสวรรค์-ลาดยาว
ทางแยกเข้าวัดถ้ำบ่อยา (วัดศรีอุทุมพร)
ระยะทาง 6 กม.
จากบริเวณเชิงเขา
มีบันไดขึ้นไปสู่ตัวถ้ำ
ภายในถ้ำมีบริเวณกว้างขวางพอสมควรโดยแบ่งออกได้เป็น
3 ช่วง
ตอนแรกเป็นที่ตั้งพระประธานองค์ใหญ่
ช่วงที่ 2
อยู่ลึกเข้าไปข้างในเป็นทางตัน
บริเวณนี้จะมีบ่อน้ำทิพย์ซึ่งชาวบ้านถือว่าเป็นบ่อยาศักดิ์สิทธิ์อยู่ด้วย
ช่วงที่ 3
เป็นทางที่จะออกจากบริเวณถ้ำสู่ภายนอกได้ทางหนึ่ง
ภายในบริเวณถ้ำนอกจากจะมีบ่อน้ำทิพย์อยู่ดังกล่าวแล้ว
ยังมีหินย้อยตามธรรมชาติที่งดงาม
ซึ่งจะมองเห็นได้จากแสงไฟฟ้า
ซึ่งมีให้ความสว่างอย่างเพียงพอภายในถ้ำ
หอวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์
ตั้งอยู่ในบริเวณวิทยาลัยครูนครสวรรค์
ตำบลนครสวรรค์ อำเภอเมือง
เป็นอาคาร 2 ชั้น
ทรงสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ตรีมุขที่สวยงาม
เป็นศูนย์รวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์
โบราณคดี
และวัฒนธรรมของจังหวัด
ภายในเป็นห้องนิทรรศการ
แสดงการพัฒนาการทางวัฒนธรรมและแหล่งโบราณคดีต่างๆ
นอกจากนี้ยังมีโรงละครขนาด
110
ที่นั่งจัดแสดงประเพณีศิลปวัฒนธรรมหอวัฒนธรรมนี้สร้างเสร็จเมื่อเดือนมิถุนายน
2535 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา
สยามบรมราชกุมารี
ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทำพิธีเปิด
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2535
วัดจอมคีรีนาคพรต
(วัดเขา)
อยู่บนยอดเขาบวชนาค
ระหว่างเชิงสะพานเดชาติวงศ์และค่ายจิรประวัติ
ตำนานกล่าวว่า เมื่อกองทัพ
พม่าตีกรุงศรีอยุธยาแตกในครั้งที่
2 ได้แล้ว
จึงร่วมกันสร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อแสดงว่า
นับถือพุทธศาสนา เช่นกัน
สิ่งที่น่าสนใจในวัดได้แก่
รอยพระพุทธบาทจำลองและพระอุโบสถที่ชาวบ้านเรียกว่า
"โบสถ์เทวดาสร้าง" ทุกๆ
เดือน 12
ของปีจะมีงานนมัสการและปิดทองรอยพระพุทธบาทจำลองนี้เรียกว่า
"งานวัดเขา"
ซึ่งนอกจากจะมีงานสมโภชน์แบบงานวัดทั่วไปแล้วยังมีการแข่งขันเรือยาว
อีกด้วย
เมื่อขึ้นไปอยู่บนยอดเขาบวชนาคและมองลงมาจะเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของสะพาน
เดชาติวงศ์ แม่น้ำเจ้าพระยา
และเขากบ
|
อุทยานสวรรค์ |
|
เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่อยู่กลางเมืองนครสวรรค์
มีเนื้อที่ 314 ไร่
ใกล้ทางแยกสายเชียงใหม่-พิษณุโลก
ติดกับถนนสายเอเชีย
อุทยานฯประกอบด้วยหนองน้ำขนาดใหญ่เรียกว่า"หนองสมบุญ"
มีถนนวงแหวน 2 ชั้นล้อมรอบ
ตรงกลางเป็นเกาะมีเนื้อที่ 4
ไร่ มีสวนหย่อม สนามหญ้า
น้ำพุ เวทีกลางแจ้ง น้ำตก
ริมฝั่งน้ำภายในอุทยานจัดเป็นสวนสุขภาพ
ด้านหน้าสวนสาธารณะสร้างอย่างสวยงาม
มีห้องน้ำ
ห้องแต่งตัวบริการนักท่องเที่ยว |
|
ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม
ตั้งอยู่บริเวณชุมชนชาวปากน้ำโพ
ริมฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา
ศาลแห่งนี้เป็นที่เคารพสักการะและเป็นจุดรวมน้ำใจของชาวบ้าน
รวมทั้งผู้สัญจรทางน้ำที่ผ่านไปมา
ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา
นครสวรรค์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองต้นแม่น้ำเจ้าพระยา
ทั้งนี้เนื่องจากแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่านได้ไหลมาบรรจบกันที่ตำบลปากน้ำโพ
บริเวณด้านหน้าเขื่อนในตัวเมือง
ซึ่งเป็นจุดรวมของแม่น้ำทั้งสองสายดังกล่าว
จะมองเห็นถึงความแตกต่างของสายน้ำทั้งสองได้อย่างชัดเจน
กล่าวคือแม่น้ำน่านจะมีสีค่อนข้างแดง
และแม่น้ำปิงจะเป็นสีค่อนข้างไปทางเขียว
เมื่อมาบรรจบกันแล้วจึงค่อยๆ
รวมตัวเข้าด้วยกันกลายเป็นแม่น้ำสายใหญ่
เป็นสายสำคัญของประเทศไทย
ไหลผ่านจังหวัดต่างๆ
ในภาคกลางไปจนถึงกรุงเทพมหานคร
และออกอ่าวไทยที่จังหวัดสมุทรปราการ
มีความยาวประมาณ 370 กม.
นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะเที่ยวทางเรือเพื่อชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
และแวะนมัสการหลวงพ่อโตที่วัดปากน้ำโพ
(วัดทองธรรมชาติเหนือ)
สามารถเช่าเรือจากท่าน้ำเจ้าพระยา
โดยเสียค่าเช่าเรือประมาณ 180
บาท (ไปกลับ) เรือบรรทุกได้ 15
คน
วัดเกรียงไกรกลาง
ตั้งอยู่ที่หมู่
5 ตำบลเกรียงไกร
ริมฝั่งแม่น้ำน่าน
ห่างจากตัวเมืองประมาณ 22 กม.
ตามถนนสายนครสวรรค์-ชุมแสง
เป็นวัดเก่าแก่
มีพระพุทธรูปสัมฤทธิ์
ภาพเขียนฝาผนังโบสถ์
เจดีย์เก่าและมณฑป
พระพุทธบาท
บริเวณวัดมีฝูงลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้บริเวณด้านหน้าของวัดมีเอกชน
จัดทำฟาร์มเลี้ยงจระเข้อยู่ด้วย
วัดวรนาถบรรพต
(เขากบ)
เป็นวัดเก่าแก่ของนครสวรรค์
ตั้งอยู่บนยอดเขาและเชิงเขากบ
สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ
185.50 เมตร มีทางขึ้น 2 ทางคือ
ทางเดินขึ้นบันได จำนวน 437
ขั้น
และอีกด้านหนึ่งมีถนนราดยางขึ้นสู่ยอดเขา
ซึ่งมีโบราณวัตถุ อาทิ
รอยพระพุทธบาทจำลอง
เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
ซึ่งสร้างสมัยสุโขทัยเป็นราชธานี
บริเวณเชิงเขามีเจดีย์ขนาดใหญ่สมัยสุโขทัย
ซึ่งกรมศิลปากรได้
จารึกประวัติศาสตร์ของวัดไว้ที่ฐานของเจดีย์องค์นี้ด้วย
วัดนี้ได้รับการยกย่องจากกรมการศาสนา
และมหาเถรสมาคมให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างเมื่อ
พ.ศ. 2509
นอกจากนั้นในวัดยังมีรูปหล่อพระหลวงพ่อทอง
อันเป็นที่เคารพนับถือของชาวจังหวัดนครสวรรค์
ประดิษฐานอยู่ในวิหารข้างเจดีย์ใหญ่ด้วย
บริเวณเนินเขาใกล้เคียงเป็นที่ตั้งของสถานีถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์
ช่อง 3 5 7 9 และ 11 จาก กรุงเทพฯ
ไปสู่จังหวัดในภาคเหนือ
วัดนครสวรรค์
(วัดหัวเมือง)
ตั้งอยู่ที่ถนนสวรรค์วิถี
เป็นที่ประดิษฐานพระผู้ให้อภัยยิ่งหรือพระหันหลังให้กัน
อยู่หลังโบสถ์วัด
นครสวรรค์ด้านถนนเทพสิทธิชัย
หันหน้าไปทางทิศตะวันออกองค์หนึ่ง
อีกองค์หนึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันตก
เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่
มีประวัติว่าชนชาติพม่าเป็นผู้สร้าง
พม่าเคยยกทัพมาถึงเมือง
นครสวรรค์
และได้สร้างพระพุทธรูปไว้เป็นอนุสรณ์
การหันหลังให้กันอาจมีความหมายถึงการให้อภัยไม่จองเวรจองกรรมกันอีกต่อไป
และภายในโบสถ์วัดนครสวรรค์นั้น
มีพระพุทธรูปนามว่า
หลวงพ่อศรีสวรรค์
ประดิษฐานอยู่เป็นที่เคารพสักการะของชาวนครสวรรค์
|