สถานที่ท่องเที่ยว
หัวหิน เกาะเสม็ด เกาะช้าง พัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   

ชลบุรี

...เสนอที่พัก พัทยา ราคาพิเศษ สำหรับการจองและชำระล่วงหน้าผ่านไทยทัวร์เท่านั้น คลิกได้เลย...

ชลบุรี > แผนที่ชลบุรี > ที่พักชลบุรี > ร้านอาหาร > การเดินทาง > ประวัติ > เทศกาลรื่นเริง

ชมชีวิตสัตว์ป่ากลางคืน ที่ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
(NIGHT SAFARI AT KHAO KHEOW OPEN ZOO)

(ต้อนรับ/แนะนำ) ( 3 นาที ก่อนรถเคลื่อนที่)

สวัสดีครับ ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ข้าพเจ้า/ดิฉัน/กระผม…………………..เจ้าหน้าที่แผนก……….. ขอต้อนรับท่านสู่การเดินทาง เข้าสู่ อาณาจักรแห่ง ความตื่นตา ตื่นใจ กับภาพชีวิตของสัตว์ป่าในเวลากลางคืน ที่หาชมที่อื่นๆ ได้ยากยิ่งนัก ทุกท่านกำลังนั่งอยู่บน (AUTO TRAM) รถพ่วงบริการราคาหลายล้านบาท ที่สะดวก สบาย ปลอดภัย ให้ท่านสามารถเห็นมุมมองของภาพได้จากทุก ๆ ด้านtiger2.jpg (5081 bytes) ด้วยพลังขับเคลื่อน 3500 แรงม้า บังคับและขับเคลื่อนล้อทุกขบวนจากระบบไฮโดรลิค ให้ทุกท่านมั่นใจกับการเดินทางเที่ยวนี้ ก่อนอื่น ขอแนะนำถึงประวัติความเป็นมากัน พอสังเขป ดังนี้

องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2497 เป็นรัฐวิสาหกิจที่ขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ในการอนุรักษ์สัตว์ป่าไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้รู้จักและศึกษาชีวิตพร้อมกับเรียนรู้เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ เพื่อจะไม่ทำลายให้สูญสิ้นไปด้วยความตั้งใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ดังในอดีตที่ผ่านมา

โดยในระยะแรกองค์การสวนสัตว์มีสวนสัตว์เพียงแห่งเดียวคือ สวนสัตว์ดุสิต หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “เขาดินวนา” ซึ่งประชาชนก็ได้ให้ความสนใจเที่ยวชม จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจและตำนานที่สำคัญของบางท่านและชาวกรุงทั้งหลายกันเลยทีเดียวนะครับ….

และสำหรับที่นี่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ซึ่งองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ภูมิใจว่าเป็น สวนสัตว์เปิดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุมเนื้อที่ถึง 5,000 ไร่ ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว-เขาชมภู่

โดยได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2517 เป็นแห่งที่สองรองจากสวนสัตว์ดุสิต เพื่อดำเนินงานด้านการเลี้ยง และสงวนพันธุ์สัตว์ป่า รวมทั้งสร้างสมดุลย์ทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการวิจัยทางสัตวศาสตร์ รวมทั้งการให้การศึกษา ให้ความรู้แก่เยาวชน และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนและนักท่องเที่ยวด้วย

จากสภาพป่าที่สมบูรณ์ของเขาเขียว และความเป็นสวนสัตว์เปิดที่เปิดจริง ๆ ทำให้สัตว์ต่าง ๆ จำนวนกว่า 300 ชนิดมากกว่า 6,000 ตัว จะถูกปล่อยให้อยู่อย่างอิสระตามธรรมชาติของสัตว์แต่ละชนิดในเนื้อที่ที่กว้างขวาง และนักท่องเที่ยวก็สามารถเดินชมได้อย่างใกล้ชิด ภายใต้บรรยากาศอันร่มรื่นด้วยความเป็นธรรมชาติสมบูรณ์แบบ

และปัจจุบันนี้ สวนสัตว์เปิดเขาเขียวก็ได้พยายามที่จะพัฒนางานบริการในสวนสัตว์ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ สวนสัตว์ที่มีสัตว์ให้ชมเพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้น แต่เมื่อมาเที่ยวก็ต้องให้สนุกและได้ความรู้กลับไปด้วย

สวนสัตว์เปิดเขาเขียวยังมีกิจกรรมอีกรูปแบบหนึ่งที่แตกต่างไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร เรียกได้ว่าเป็นโครงการนำร่อง เป็นแม่แบบของสวนสัตว์อื่น ๆ เลยทีเดียว

โครงการที่ว่านี้ คือโครงการเที่ยวสวนสัตว์ตอนกลางคืน หรือ “ไนท์ ซาฟารี” หรือจะเรียก “ส่องสัตว์” ก็ได้ ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าหมายถึงการล่าสัตว์อย่างที่นักท่องไพรหลายคนกระทำกันมา แต่ที่นี่ไม่ใช่การส่องเพื่อล่า หรือเพื่อรบกวนสัตว์ แต่เป็นการศึกษาชีวิตสัตว์ในยามค่ำคืน ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะของการออกหากิน การนอน และการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์หลังพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งเป็นกิจกรรมจัดทำได้ยากยิ่งและแทบไม่มีสวนสัตว์ในโลกนี้กล้าทำและที่เชื่อได้ว่าหลายคนยังไม่เคยได้สัมผัส และหาโอกาสไปสัมผัสได้ยาก

ตลอดเส้นทางของการส่องสัตว์ ก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำ และบริการอย่างเป็นกันเอง ซึ่งนอกจากจะได้สัมผัสกับธรรมชาติยามค่ำคืน และภาพของสัตว์ป่าในอิริยาบทต่าง ๆ อันน่าประทับใจ ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากแล้ว ยังจะได้รับความรู้เกี่ยวกับชีวิตของสัตว์ชนิดนั้น ๆ และยังจะเป็นการสร้างความรักความผูกพันและหวงแหนระหว่างสัตว์ป่าและมนุษย์อีกด้วย

( แนะนำการชม 20 วินาที)

การชมสัตว์ ในเวลากลางคืนนั้น ท่านสามารถเห็นตัวสัตว์ได้ โดยการสังเกตุจากเสียง จากแววตาที่กระทบแสงไฟสะท้อนวาวแวว และ จากการแนะนะของเจ้าหน้าที่ผู้มีประสบการณ์ ทั้งนี้ ในบางจุดแสดงนั้น ท่านจะได้รับอนุญาตให้ถ่ายภาพโดยใช้แสงแฟลชหรือลงจากรถพ่วงได้เมื่อเจ้าหน้าที่ อนุญาตเท่านั้น และต้องขอความกรุณาท่านผู้มีเกียรติทุกท่านงดการใช้เสียงดังระหว่างการชมสัตว์ ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการทำงานของเจ้าหน้าที่ และเพิ่มโอกาสในการพบสัตว์ป่า รวมทั้งความปลอดภัยของทุก ๆ ท่านเอง

(รถเริ่มเคลื่อนที่ ผ่านจุดต่างๆ โดยมีเจ้าหน้าที่ ฉายไฟเพื่อให้เห็นตัวสัตว์ วิทยากรบรรยายแนะนำชื่อของสัตว์ชนิดนั้นและเกร็ดความรู้ เพิ่มเติม)

( สมเสร็จ 15 วิ.)

สมเสร็จเป็นสัตว์สันโดษ ออกหากินในตอนกลางคืนชอบอาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำในป่าดงดิบเขตร้อน รูปร่างขนาดเท่า ๆ กับม้าตัวใหญ่ ๆ แต่ขาจะสั้นกว่า ชอบออกหากินหญ้าในตอนกลางคืนเพื่อสะสมอาหารให้เพียงพอ แสงจันทร์ตอนกลางคืนจะกลมกลืนกับสีดำขาว ตามลำตัวได้เป็นอย่างดี ดังนั้นสมเสร็จจึงอำพรางตัวได้เป็นอย่างดีในตอนกลางคืน สมเสร็จเป็นสัตว์ป่าสงวนชนิดหนึ่งของเมืองไทย ในธรรมชาติเราสามารถพบสมเสร็จได้…ในป่าร้อนชื้นตั้งแต่ภาคตะวันตกตามเทือกเขาตะนาวศรีลงไปจรดภาคใต้และมาเลเซีย

(แกะภูเขา 15 วิ)

Barbary sheep (บาร์บารี่ ชีพ) เป็นแกะป่าชนิดหนึ่ง ที่มักอาศัยอยู่บนภูเขาสูงชัน มักปีนป่าย กระโดดอยู่บนหน้าผาชัน ๆ หากินต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ตามหน้าผา ในธรรมชาติ บาร์บารี่ ชีพนี้อาศัยอยู่ในตอนเหนือ ๆ ของทวีปอัฟริกา อย่างประเทศอียิปต์ อัลจีเเรีย ลิเบีย ซูดาน

วัวแดง และ กระทิง ( 45 วินาที)

กระทิง หรือกระทิงหน้าเพิก เป็นวัวป่าหนึ่งในสามkrating.jpg (5183 bytes)ชนิดที่พบได้ในป่าธรรมชาติของประเทศไทย มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาสัตว์ตระกูลวัวทั้งหมด และเป็นสัตว์บกของไทยที่ใหญ่เป็นที่ 2 รองจากช้าง มักอาศัยอยู่ตามเนินเขา มีกล้ามเนื้อช่วงไหล่ที่แข็งแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวผู้จะเห็นเด่นชัด จุดของกระทิง คือ ที่ขาจะมีสีขาวในขณะที่ลำตัวเป็นสีดำ จึงมองเหมือนวัวสีดำสวมถุงเท้าขาวทั้ง 4 ขา

ตัวผู้โตเต็มที่น้ำหนักตัวกว่า 1 ตัน มีความสูงกว่า 2 เมตร กระทิงจะออกมาจากป่าลึกเพื่อกินหญ้าในตอนเช้าหรือตอนค่ำที่มืดสลัว วัวป่าชนิดนี้มีความสำคัญต่อความเชื่อที่เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแรงและดุร้ายและความกล้าหาญ

วัวแดง จัดเป็นวัวป่าอีกชนิดหนึ่งซึ่งมีถิ่นกำเนิดแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความแตกต่างระหว่างตัวผู้และตัวเมียนั้นสังเกตได้จากสีของลำตัว ตัวผู้เมื่อโตเต็มที่จะมีสีน้ำตาลเข้มออกดำ ซึ่งจะโตเต็มที่เมื่ออายุ 5ปีขึ้นไป ส่วนตัวเมียจะมีสีน้ำตาลแดง ทั้งตัวผู้และตัวเมียจะสวมถุงเท้าขาวเหมือนกระทิง จะแตกต่างจากกระทิงตรงที่วัวแดงทุกตัวจะมีวงกลม ๆ สีขาวที่ตะโพก ดูเหมือนวัวกำลังสวมแพมเพิร์ทอยู่

กระทิงเขาทุย ( 20 วิ) ตรงนี้ผมอยากให้ภาพที่เป็นวัวป่ามากกว่ามีข้อสงสัยว่า เป็นวัวป่าหรือเปล่า

กระทิงเขาทุย พบตามป่าเทือกเขาแถบแคว้นจิตตะกองทางตะวันออกเฉียงเหนือของพม่าฝั่งตะวันออกของแม่น้ำพรหมบุตร ทางตอนเหนือของเทือกเขาหิมาลัย ป่าเชิงเขาแถบอัสสัม พม่า ป่าเทือก เขาตะนาวศรี ลักษณะ มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกระทิง แต่มีรูปร่างใหญ่หนากว่า เขาสั้นล่ำกว่ากระทิงจึงเรียกว่า "เขาทุย" หน้าผากกว้างและลาดไม่ชันเหมือนกระทิง ขนาดโตเต็มที่หนักประมาณ 540-759 กิโลกรัม ไม่มีวงก้นขาวอย่างวัวแดง เป็นวัวป่าที่จับมาเลี้ยงให้เชื่องจนกลายเป็นวัวบ้าน โดยเฉพาะในอัสสัม กระทิงเขาทุย ถูกนำมาใช้งานไถ่นาเหมือนพวกบาหลีใช้วัวแดงพันธุ์แท้ มาฝึกงานเพื่อทำนาหรือลากเกวียน แต่กระทิงเขาทุยมีรูปร่างใหญ่กว่า

นิสัย ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงเหมือนกระทิง ออกหากินตามทุ่งหญ้าบนเขาหรือที่สูง มีนิสัยไม่ขี้ตื่นตกใจง่าย ชอบอยู่กันเงียบ ๆ จนดูเหมือนว่าเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างเฉื่อยชา ฝูงที่ไม่เชื่องจะหากินในป่าชอบอาศัยตามพงไม้รกทึบและป่าที่เย็นร่มรื่น ส่วนฝูงที่นำมาเลี้ยงแต่เล็กจะเชื่องและหากินตามป่าหรือชายป่า ตกเย็นก็กลับเข้ามาในหมู่บ้าน

( ช้างเอเชีย 30 วินาที)

ช้าง ในโลกนี้ยังมีช้างที่ยังไม่สูญพันธุ์หลงเหลืออยู่เพียง 2 ชนิด คือ ช้างอัฟริกาและช้างเอเซีย เป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่และมีพละกำลังมากที่สุดในจำนวนสัตว์บกที่มีอยู่บนโลก และที่ท่านเห็นอยู่นี้เป็นช้างไทยหรือช้างเอเซีย นอกจากนี้ช้างยังมี ความฉลาด รอง ๆ มาจากลิงไม่มีหางขนาดใหญ่ (Apes) ปลาวาฬและปลาโลมา เมื่อโตเต็มที่จะมีน้ำหนักตัวถึง 3-4 ตัน โดยปกติช้างชอบออกหากินในตอนกลางคืน ช้างตัวที่โตเต็มที่สามารถบริโภคอาหารได้ถึง 200 กิโลกรัม และดื่มน้ำได้ 50 ลิตรต่อวัน สังคมของช้างจะมีตัวเมียเป็นผู้นำโขลง และช้างตัวผู้โดยปกติจะออกจากโขลงไปเพื่อสร้างครอบครัวใหม่ เมื่ออายุได้ประมาณ 5 ปี ช้างอีกชนิดหนึ่งที่พบได้ในโลกปัจจุบัน คือช้างแอฟริกา ซึ่งจะมีสรีระร่างกายอื่นๆ ใหญ่กว่านี้ และถือเป็นสัตว์บกที่ยังไม่สูญพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งรองลงมาก็เป็นช้างไทยหรือช้างเอเซียที่ท่านเห็นอยู่นี้ ช้างอัฟริกาจะมีงาทั้งเพศผู้และเพศเมีย ส่วนช้างเอเซียจะมีงาเฉพาะเพศผู้ ซึ่งจะเรียกว่าช้างพลาย แต่ถ้าช้างเพศผู้ที่ไม่มีงาเราจะเรียกว่า ช้างสีดอ ช้างเพศเมียหรือช้างพัง บางเชือกก็จะมีงาเล็ก เราจะเรียกงาเล็ก ๆ สั้น ๆ นั้นว่า ขนาย(ขะ-หนาย) ช้างจะอุ้มท้องนานมากเป็นปี ๆ ถ้าลูกในท้องเป็นเพศเมีย แม่ช้างจะอุ้มท้องนานราว 20 เดือน แต่ถ้าลูกในท้องเป็นเพศผู้ แม่ช้างอาจต้องอุ้มท้องนานถึง 24 เดือนเลยทีเดียว และช้างปกติก็จะตกลูกเพียงครั้งละ 1 ตัวเท่านั้น แต่ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวแห่งนี้ ท่านจะพบกับช้างฝาแฝดคู่เดียวในโลกที่มีชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบัน คือ ช้างแฝดจุ๋มและจิ๋ม เนื่องจากแม่ช้างมักจะมีน้ำนมพอที่จะเลี้ยงลูกได้ทีละ 1 ตัวเท่านั้น จุ๋มจิ๋มและแม่ลำดวนของพวกเขาจึงถูกดูแลอย่างใกล้ชิดโดยนายสัตวแพทย์และนักโภชนาศาสตร์ของสวนสัตว์เป็นการเฉพาะ จนสามารถเติบโตเคียงคู่สวนสัตว์ และสามารถสร้างประวัติศาสตร์เป็นช้างฝาแฝดที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นคู่เดียวในโลก จนทุกวันนี้

(อูฐโหนกเดียว 15 วิ)

อูฐ เป็นสัตว์ที่มาจากภูมิภาคที่แห้งแล้งของโลก ในตะวันออกกลางและตอนเหนือของแอฟริกา แต่ได้ถูกนำมาเลี้ยงที่ทวีปออสเตรเลียและนามิเบีย เหตุหนึ่งที่ทำให้อูฐต้องปรับตัวเพื่อดำรงชีวิตในสภาพทะเลทรายก็เพราะว่าข้อจำกัดในการกินอาหาร อูฐจะกินใบพืชได้ เพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น แต่อูฐมีความสามารถพิเศษในการกินส่วนของพืชบางชนิดที่สัตว์อื่น ๆกินไม่ได้ เช่นหนามของไม้ยืนต้น ตระกูลถั่ว

อูฐ สามารถ ดำรงชีวิตได้หลายวันโดยปราศจากการกินน้ำ ส่วนของโหนกที่เป็นแหล่งสะสมของเนื้อเยื่อประเภทไขมัน ที่ซึ่งจะแปรสภาพกลายเป็นอาหารให้พลังงานแก่มันในยามที่ไม่สามารถหาอาหารจากธรรมชาติได้เลย ส่วนน้ำจะถูกเก็บสะสมไว้ในส่วนของเนื้อเยื่อไขมันซึ่งจะถูกนำมาใช้ได้เช่นเดียวกันกับอาหารที่ได้สะสมไว้ หลังการเดินทางที่เป็นเวลานาน ๆ และ มีลูกอูฐ ที่เกิดที่นี่ เมื่อเร็วๆนี้ 2 ตัว นับเป็นครั้งแรกลูกอูฐโหนกเดียวที่เกิดในสวนสัตว์ฯ เมืองไทยเลยทีเดียว

(ฝูงกวางดาว )

กวางดาว อาศัยอยู่ในเขตป่าร้อนชื้นแถบเชิงเขาหิมาลัยตลอดจนเกือบทั่วอินเดีย ศรีลังกา อินโดนีเซีย

ลักษณะ เป็นกวางป่าขนาดปานกลางระหว่างกวางป่ากับเนื้อทราย ขนสีน้ำตาลแดง มีจุดขาวข้างตัวเต็มไปหมด เรียงตัวกันเป็นลายยาวไปตามลำตัวสวยงามสะดุดตา กลางหลังมีแถบสีดำทอดเป็นแนวยาวไปจนจรดโคนหาง และมีจุดสีขาวเรียงขนาบไปข้างละแถวไปตลอด ขนเส้นเล็กละเอียดอ่อนนุ่มไม่หยาบเท่ากวางป่า เฉพาะตัวผู้ที่มีเขา เขาแตกเป็นกิ่งข้างละ 3 กิ่ง ช่วงผลัดเขาไม่พร้อมกันและไม่ขึ้นกับฤดูกาล นิสัย ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงตามป่าโปร่ง คุ้นคนง่าย เชื่อง มักอยู่เป็นฝูงใหญ่ หากินตามทุ่งหญ้าโล่งหรือป่าโปร่ง ออกหากินในช่วงตอนเย็นจนถึงเช้าตรู่ ชอบกินหญ้ามากกว่าใบไม้ กระหายน้ำเก่ง ต้องกินน้ำบ่อย ๆ ชอบแทะเปลือกไม้ ว่ายน้ำเก่ง ชอบสะอาดไม่ชอบนอนเกลือกปลักตมเหมือนกวางป่า ตัวผู้มีนิสัยรักสงบ ไม่ดุร้าย เหมือนกวางชนิดอื่น ตัวผู้หลาย ๆ ตัว สามารถอยู่รวมฝูงกันได้อย่างสงบ การสืบพันธุ์ ฤดูผสมพันธุ์ปกติจะตกอยู่ในช่วงต้นฤดูหนาว ตั้งท้องประมาณ 7-8 เดือน ตกลูกครั้งละ 1 ตัว กวางดาวที่นำมาเลี้ยงในสวนสัตว์ต่าง ๆ อายุยืนประมาณ 20 ปี ส่วนในธรรมชาติ อายุยืนประมาณ 12-15 ปี ชอบกินหญ้ามากในธรรมชาติ และกินใบไม้ ผลไม้บางชนิด ลักษณะ ความเป็นธรรมชาติ และ เหตุที่มันกระจายเข้าป่าโปร่ง

( แรดขาว 40 วิ)

แรดขาว ที่มีอยู่ในปัจจุบันแบ่งเป็น 5 ชนิด คือมี2ชนิดจากแถบแอฟริกา คือ แรดขาวกับแรดดำ และมีอยู่ 3ชนิดจากแถบเอเชีย คือ แรดอินเดีย แรดชวา และแรดสองนอ หรือ กระซู่ ในประเทศไทยเคยพบแรด 2 ชนิด คือ แรดชวา และกระซู่ แต่แรดชวา ได้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยเรานานแล้ว คงพบเพียงแรดสองนอ หรือ กระซู่ในป่าลึก เท่านั้น แรดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นแรดขาวจากแอฟริกา มีความสูงถึง 6 ฟุตและมีน้ำหนักตัวเกินกว่า 3 ตัน จริง ๆ แล้วแรดขาวนั้น ไม่ได้ขาวสมชื่อ แต่อาจเป็นเพราะการเพี้ยนเสียงในภาษาอังกฤษ เมื่อชาวตะวันตกพบแรดขาวที่มีปากกว้างก็เลยเรียกว่า Wide Rhino (วายด์ไรโน) ต่อมาก็เพี้ยนเป็น White Rhino (ไวท์ไรโน) คนไทยเราเลยแปลตรงตัวเป็น แรดขาว เสียเลย ข้อแตกต่างที่น่าสนใจระหว่าง แรดขาวและแรดดำคือลักษณะปาก แรดขาวจะมีปากป้านเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ปากกว้างซึ่งเหมาะอย่างยิ่งต่อการแทะเล็มหญ้า ในทุ่งหญ้า ส่วนแรดดำ มีปากเรียวและมีจงอยปากเล็ก ๆ คอยเกี่ยวหรือเหนี่ยวรั้งใบไม้ตามต้นไม้มากินเป็นอาหาร อาหารของแรดท้งสองจึงแตกต่างกันตามลักษณะของปาก แรดเป็นสัตว์ที่สายตาไม่ค่อยดีนัก แต่มีประสาทสัมผัสกลิ่นที่ดี

 ( ฝูงลิงป่า 30 วิ)* (ถ้าพบ)

ลิงป่าที่ท่านเห็นอยู่นี้ เป็นลิงแสม ซึ่งเป็นฝูงลิงดั้งเดิม พวกเขามาอยู่ก่อนที่พวกเราจะเข้ามาดำเนินการสวนสัตว์เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้วเสียอีก ลิงก็เป็นสัตว์สังคมเหมือนมนุษย์ ชอบคุยกัน ชอบทะเลาะกัน ชอบปลอบใจกัน ชอบแสดงความยินดีซึ่งกันและกัน นอกจากนั้น ลิงยังมีความรักเพื่อน ๆ รักคนในครอบครัวเหมือนมนุษย์ เราจะเห็นลิงผู้ใหญ่หลาย ๆ ตัวช่วยกันเลี้ยงลูกลิง ก็เหมือน ๆ กับมนุษย์ที่เด็ก ๆ มักเป็นที่รักของปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอา และลิงก็ยังมีระเบียบในสังคมคล้าย ๆ มนุษย์ มีการเลือกหัวหน้าและมีการจัดลำดับชั้นในสังคม ว่า ไล่กันตั้งแต่จ่าฝูง จนถึงลูกน้อง มีขุนน้าขุนนาง มีไฮโซ มีโลโซ สรุปแล้ว ก็เหมือน ๆ กับมนุษย์เรานี่ล่ะครับ/ค่ะ

(เต่า 20 วินาที)

เต่าตัวใหญ่ที่เห็นอยู่นี้ เป็นเต่าหกดำ ซึ่งเป็นเต่าบกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เมื่อโตเต็มที่อาจยาวถึง 60 กว่า เซนติเมตร และหนักเกือบครึ่งกระสอบข้าวสารหรือประมาณ 50 กก. และที่เห็นอยู่อีกตัวหนึ่งก็คือ เต่าบัว เต่าบัวเป็นเต่าน้ำจืดของไทยที่มีขนาดใหญ่เป็นที่ 2 รองจากเต่ากระอาน ส่วนเต่าที่ใหญ่ที่สุดของไทยก็เป็นเต่าทะเลที่มีชื่อว่า เต่ามะเฟือง ที่พี่แอ๊ด คาราวาน เอาเรื่องของเขามาร้องเป็นเพลงให้เราฟังไงครับ/ค่ะ ตัวโตเต็มที่มีกระดองยาวมากกว่า 2 เมตร น้ำหนักตัวกว่า 800 กก. หรือเท่า ๆ ควายตัวใหญ่ ๆ หรือกระทิงเลยทีเดียว นอกจากเต่าแล้วเราก็มีตะพาบอีกอย่าง ตะพาบที่ใหญ่ที่สุดของไทยและเรียกว่าใหญ่ที่สุดในโลกก็คือ ตะพาบม่านลาย มีถิ่นกำเนิดในแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรีโน่น โตเต็มทีจะยาวเมตรกว่าและหนักถึง 120 กก. หรือมรน้ำหนักราว ๆ คน 2 คนรวมกันทีเดียว เรามาดูความแตกต่างของของเต่าบก กับเต่าน้ำกันดีกว่า ดูง่าย ๆ เต่าบกที่ขาหลังจะสั้นทู่ ไม่มีพังพืดเหมือนตีนเป็ด แต่เต่าน้ำขาหลังจะมีพังพืดเหมือนตีนเป็ด ส่วนเต่าทะเลมีแบบตีนเป็ดทั้ง 4 ขา และตะพาบก็ไม่มีกระดองที่เป็นกระดองแข็ง ๆ อย่างเต่าทั่วไป และจะมีเชิงกระดองนิ่ม ๆ ต่อจากกระดอง พูดอย่างนี้ คนที่ชอบรับประทานเชิงตะพาบคงจะน้ำลายไหลกันแล้ว ก็ขอได้โปรดพิจารณาชนิดของตะพาบที่จะมาทำอาหารด้วย โปรดรับประทานตะพาบจากฟาร์มเลี้ยงดีกว่า เพราะตะพาบในธรรมชาติก็เหลือน้อยเต็มที เก็บไว้ให้ลูก ๆ หลาน ๆ เราได้ชมเชยตะพาบตามธรรมชาติดีกว่า

หลายท่านคงสงสัยแล้วว่า แล้วเราจะดูเพศผู้เพศเมียของเต่าได้อย่างไร ก็ไม่ยากครับ/ค่ะ โดยเฉพาะเต่าบก ให้ตรวจดูที่กระดองตรงส่วนท้องของเต่าดู ถ้ามีส่วนโค้งเว้าเข้าไปในท้องก็จะเป็นตัวผู้ เพราะจะได้ขึ้นทับตัวเมียเมื่อผสมพันธุ์ได้สะดวก ส่วนตัวเมียนั้นกระดองส่วนท้องจะเรียบตรงไม่เว้าเข้า อาจเป็นเพราะต้องการพื้นที่ถายในท้องมากขึ้น เพื่อใช้เก็บไข่ เพื่อให้วางไข่ได้จำนวนมาก ๆ

( สลอท 20 วินาที )

สลอทสองนิ้ว หรือ Two- toed Sloths เป็นสัตว์ที่มี ถิ่นกำเนิดแถบป่าร้อนชื้นทางตอนใต้และตอนกลางของทวีปอเมริกาใต้ กินอาหารประเภทพืช ผัก และผลไม้ สลอทมีทั้งพวกที่มี 2 นิ้วมือ และ 3 นิ้วมือ ไม่มีฟันหน้าแต่มีเขี้ยว แขนยาวกว่าขาเพราะใช้ชีวิตอยู่บนต้นไม้ เป็นสัตว์ที่หากินในเวลากลางคืน สลอทเคลื่อนที่ช้ามาก ว่ากันว่าใน 1 วัน สลอทจะเดินทางไม่เกิน 50 ก้าว สลอทจะไต่บนกิ่งไม้โดยแหงนหน้าขึ้นฟ้าและเอาหลังลงดิน คอของสลอทมีโครงสร้างกระดูกคอที่พิเศษที่ทำให้หมุนได้แทบจะรอบ เพื่อระวังอันตรายรอบตัว เนื่องจากตัวเองเคลื่อนไหวช้า ธรรมชาติจึงสร้างให้สลอทระวังภัยได้มากขึ้น โดยมากสลอทจะอาศัยอยู่แต่บนต้นไม้ แต่เมื่ออาหารบนต้นไม้ต้นนั้นหมดลง สลอทที่เชื่องช้ากลับสามารถว่ายน้ำเพื่อไปหาอาหารที่ต้นไม้ต้นอื่นได้ อย่างน่าพิศวง สลอทจะไม่ถ่ายอุจจาระบ่อยนัก บางครั้ง 1 สัปดาห์จึงจะถ่ายสักครั้ง เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม

( เม่น 20 วินาที )

เม่น ( เม่นใหญ่แผงคอยาว ) มีขนที่แหลมคมคล้ายเข็มเป็นพัน เส้น ซึ่งตั้งชันขึ้นและมีเสียงดังกราว ๆ เหมือนกับเป็นการเตือนหรือขู่ศัตรูเมื่อมันจะถูกทำร้าย เม่นจะกางขนออกและวิ่งหนีศัตรู เมื่อศัตรูเข้าใกล้มากๆ มันจะหยุดทันที ทำให้ขนแหลมบนลำตัวทิ่มแทงศัตรูของมัน ได้รับความเจ็บปวด เม่นยังเป็นเทศบาลของป่าธรรมชาติ ในการกินซากกระดูกของสัตว์ที่ตาย

ตัวกินมด :Southern Tamand หรือ Lesser Ant-eater พบได้หลายบริเวณในทวีปอเมริกาใต้ เช่น ที่ราบป่าดิบชื้นจนถึงที่ราบสูงป่าดิบชื้น ป่าผลัดใบ ทุ่งหญ้า ป่าหนามซาวันนา มักกินอาหารประเภท มด ปลวก แมลงเล็ก ๆ หรือ ผลไม้ขนาดเล็ก ขนสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม สามารถเคลื่อนที่บนพื้นดินได้ดีพอ ๆ กับการปีนต้นไม้ มีความสามารถในการดมกลิ่นที่ดี ปรับตัวเก่ง และรู้สึกไวต่อเสียง ที่สำคัญคือ มีกรงเล็บที่ยาวและแข็งแรงมาก เพื่อใช้ในการขุดดิน กระเทาะเปลือกไม้ เพื่อหามด-ปลวก-แมลง ทั้งยังมีการพัฒนารูปร่างของลิ้นให้เรียวยาวมาก และมีน้ำลายที่เหนียว เพื่อใช้เลียชอนไชเข้าไปในซอกเล็กเพื่อกินปลวกและแมลงได้ง่าย ตั้งท้องนาน 6 เดือน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว

( สัตว์ต่างประเทศ 120 วินาที)(นกกระจอกเทศ ม้าลาย ยีราฟ)

นกกระจอกเทศ เมื่อยืนมีความสูงถึง 8 ฟุต ก็ราว ๆ 240 เซนติเมตร และมีน้ำหนักมากกว่า 150 กิโลกรัม ฉะนั้นจึงไม่เป็นการยากเลย ที่จะบอกได้ว่ามันเป็นนกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก บนทุ่งหญ้าของแอฟริกาเราสามารถเห็นวิวัฒนาการและพฤติกรรมของการแทะเล็มหญ้าของสัตว์ที่เป็นฝูงเตร็ดเตร่อยู่แถวนั้น อย่างเช่นม้าลายและแอนตีโลป ซึ่งแน่ล่ะเป็นการปรับตัวที่ดีมากสำหรับการพึ่งพากันในการดูภัยอันตรายจากสัตว์กินเนื้อ คอที่ยาวและสามารถหมุนได้รอบทิศทางรวมทั้งสายตาที่มองได้ไกลของนกกระจอกเทศก็ใช้ประโยชน์นี้เช่นกัน และทำให้สัตว์หลายชนิดรู้สึกปลอดภัยที่จะหากินอยู่ใกล้กับมัน

นกกระจอกเทศเป็นนกชนิดเดียว เท่านั้นที่ขาแต่ละข้างจะมีนิ้วเท้าเพียง 2 นิ้ว ขาและเท้านกกระจอกเทศจะแข็งแรงมีพละกำลังมาก ทำให้นกกระจอกเทศสามารถวิ่งได้ด้วยความเร็ว 60 กม/ชม. รวมทั้งลักษณะอื่น ๆ ของร่างกาย ซึ่งเป็นส่วนช่วยให้นกนี้วิ่งได้เร็วบนทุ่งราบ นกกระจอกเทศจะวางไข่ที่มีน้ำหนักฟองหนึ่งถึง 1 กก.ถึง 1.5 กก. ถือเป็นไข่นกและไข่ของสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกปัจจุบัน ทั้งเป็นไข่ที่มีเปลือกหนาแข็งแกร่งมาก ขนาดคนฝรั่งตัวใหญ่ๆ สามารถขึ้นไปยืนบนไข่นกกระจอกเทศได้ โดยเปลือกไข่ไม่แตกร้าวเลย และใช้เวลาในการฟักไข่นาน 42 วัน

ม้าลาย ลามา นกเรีย, นกอีมู

ม้าลายมองดูแล้วเหมือนกับม้าที่มีลายพาดตามลำตัว แต่หูจะยาวกว่า,มีแผงคอที่แข็งและหางมีขนปุกปุย ทำให้มีลักษณะคล้ายไปทางลา ลายเข้มขาวสลับดำบนลำตัวของม้าลาย จะช่วยให้มองเห็นม้าลายกันได้ในระยะไกลๆ บนทุ่งหญ้าที่ม้าลายอาศัยอยู่ นอกจากนี้ ลายขาวดำยังใช้ในการอำพรางสิงโตและเสือดาวในกรณีฉับพลันที่สัตว์ล่าเหยื่อจะเข้าจู่โจม, รูปแบบของลายขาวม้าลายแต่ละตัวจะไม่เหมือนกัน ม้าลายจะดำรงชีวิตอยู่ได้นานถึง 20-25 ปี ปัญหาใหญ่ที่ทำให้ม้าลายในธรรมชาติลดจำนวนหรือถูกคุกคามก็คือ การจับไปเลี้ยงในฟาร์ม และการที่มีการจัดการแข่งขันการล่าม้าลายตามทุ่งหญ้าเพื่อเอาหนังด้วย

ในระบบนิเวศน์วิทยาถือว่าม้าลายช่วยเหลือสัตว์ป่าที่แทะเล็มหญ้าได้อย่างดี กล่าวคือมันจะกินหญ้าที่ขึ้นมา สูง ๆเพื่อที่จะให้สัตว์กินพืชอื่น ๆ กินหญ้าได้ง่ายขึ้น

ลามา เป็นสัตว์ที่มีถิ่นอาศัยบนภูเขาสูงทางเทือกเขาแอนตีสในอเมริกาใต้ เป็นสัตว์ที่ทนต่อสภาพหนาวเย็นได้ดี เนื่องจากมีขนหนา จึงมีชีวิตอยู่ได้ในพื้นที่ที่มีหิมะปกคลุมบนภูเขา ฝูงของลามาที่ท่านได้เห็นนี้ ได้นำมีการมาเลี้ยงในสวนสัตว์ต่างๆหลายชั่วอายุแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ลามาได้ปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศได้เป็นอย่างดี

ถึงแม้ว่าลามาจะมีการดำรงชีวิตอยู่ในทวีปอเมริกาก็ตาม แต่ลามาและอูฐกลับมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติที่ใกล้ชิด

ยีราฟ เป็นสัตว์ที่มีความสูงที่สุดในโลก คือมีความสูงถึง 18 ฟุต ส่วนที่ทำให้ยีราฟมีความสูงได้แก่ ส่วนของขาส่วนของคอ ซึ่งนอกจากนั้นยังมีส่วนอื่นของร่างกายที่ยาวอีกคือลิ้น ซึ่งเราจะสามารถเห็นได้ก็ต่อเมื่อยีราฟ ยื่นลิ้นออกมาเต็มที่เพื่อจะกินใบไม้หรือยอดอ่อนของต้นไม้ ลิ้นของยีราฟมีความยาวถึง 17 นิ้ว อาหารของยีราฟเป็นของไม้ยืนต้นตระกูลถั่ว บนทุ่งหญ้าซาวันน่า ในแอฟริกาใต้

ถึงแม้ว่ายีราฟจะมีความสูงที่ทำให้สามารถกินพืชที่ระดับความสูงได้ดี แต่ก็เป็นอุปสรรคเหมือนกันสำหรับกินน้ำ โดยเมื่อยีราฟกินน้ำ จะต้องย่อขาหน้าลงจนหัวเข่าติดพื้นดินหลังการสืบพันธุ์ยีราฟต้องใช้เวลาในการตั้งท้องถึง 450 ถึง 465 วัน ยีราฟที่เป็นแม่จะคลอดลูกในท่ายืน ทั้งนี้ลูกที่เกิดมาจะตกลงสู่พื้นดินที่มีความสูงถึง 6 ฟุต

( ฮิปโปโปเตมัส 40 วินาที)

ฮิปโปโปเตมัส เป็นสัตว์บกที่มีขนาดใหญ่เป็นที่สามรองลงมาจากช้าง และแรดขาว บางตัวมีความยาวมากกว่า 4 เมตร ปัญหาใหญ่ของฮิปโปสำหรับการดำรงชีวิตในสภาพอากาศร้อนของทวีปแอฟริกา ทำให้ฮิปโปต้องลงไปอาศัยอยู่ในแม่น้ำและทะเลสาป และเมื่อถึงเวลากลางคืนซึ่งมีอากาศเย็น ฮิปโปก็จะขึ้นจากน้ำมาหาอาหาร และในเวลากลางวัน บางครั้งฮิปโปฯ อาจขึ้นบกได้ และเมื่อขึ้นบกฮิปโปฯ จะขับเหงื่อออกมาจำนวนหนึ่ง ซึ่งเหงื่อนี้จะมีลักษณะเหมือนเมือกมีสีเหมือนเลือด ผู้ที่พบเห็นก็คิดว่า เลือดออก บางท่านอาจไม่ทราบแล้วก็หาว่าสวนสัตว์เลี้ยงสัตว์ไม่ดี ปล่อยให้ฮิปโปเลือดออกเต็มตัวไปหมด ที่แท้ก็เป็นเหงื่อที่ธรรมชาติสร้างกลไกพิเศษให้ฮิปโปฯ โดยต่อมเหงื่อจะทำหน้าที่กำจัดเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุแล้ว แล้วใช้สารที่อยู่ในเม็ดเลือดนั้นขับออกมาเป็นสีคล้ายเลือดแต่เป็นเมือก ๆ และเมื่อเมือกถูกอากาศแห้ง ก็จะแห้งติดผิวหนัง และเคลือบปิดรูขุมขนของฮิปโปฯ ทำให้ลดการสูญเสียน้ำเมื่ออากาศร้อนและแห้งนั่นเอง

สำหรับฮิปโปนั้นเป็นสัตว์อาศัยอยู่เป็นฝูง ตัวแม่และลูกก็จะอยู่ในฝูงด้วย แต่ก็มีบ่อยครั้งที่จะพบว่าพวก หนุ่ม ๆ ฮิปโปทั้งหลายไม่ได้รับอนุญาตจากฮิปโปเพศเมียให้เข้ามาร่วมอยู่ในฝูงเพราะต้องเลี้ยงดูแลลูก

(ชะมด อีเห็น 60 วินาที)

กลุ่มของสัตว์จำพวก ชะมด และ อีเห็น ที่มีให้ชมเป็นตัวอย่างในบริเวณนี้ เป็น ชะมดเช็ด(Small indian civet) ขนสีน้ำตาลจางมีลายสีดำอยู่บนหลัง 5 ลาย หางเป็นปล้องดำขาว 6-9 ปล้อง มีขนาดเล็กกว่าพวกอื่นๆ , ชะมดแผงหางปล้อง ( Large indian civet) ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาจำพวกชะมดด้วยกัน สีพื้นของลำตัวมีสีเทา หรือน้ำตาลปนเหลือง และ อีกตัวหนึ่งเป็น อีเห็นข้างลาย ( Common Palm civet) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์หากินกลางคืน ขนสีเทา จมูก หู ปลายเท้าและปลายหางดำ มีสีขาวเหมือนหน้ากากคาดผ่านหน้าผาก มีสีขาวแต้มให้ตาและจมูก ระหว่างตาและดั้งจมูกดำ มีลายจุดดำ ตามแนวหลัง 3 เส้น และมีเต้านม 3 คู่

ตัวแทนของสัตว์กลุ่มนี้ที่เราท่านรู้จักกันดี ก็อย่างเช่น แรคคูน แพนด้า แพนด้าแดง แม้กระทั่งหมีขอ ที่เราท่านเพิ่มชมผ่านไป เป็นต้น

สัตว์กลุ่มนี้ มีต่อมที่ก้นซึ่งมีกลิ่นแรงฉุน และปกติแล้ว ชะมดและอีเห็นจะใช้กลิ่นแรง ๆ เหล่านี้ในการประกาศอาณาเขต โดยการขับสารจากต่อมกลิ่นที่ก้น ไปป่ายไว้ตามต้นไม้ ก้อนหิน และสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้ศัตรูที่มารุกรานหรือชะมด-อีเห็นตัวอื่นรู้ว่า .”แผ่นดินนี้มีคนจองแล้ว” ดังนั้น เมื่อผู้ที่มาเที่ยวชมสวนสัตว์ผ่านมาใกล้ ๆ กรงของสัตว์ตระกูลนี้ ก็อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปว่า “ตายแล้ว กะแล้ว ว่า สวนสัตว์ยังไงก็ ๆ ก็แย่อย่างที่คิด กรงสัตว์ส่งกลิ่นเหม็นอบอวน สงสัยไม่ได้ทำความสะอาดกันเป็นศตวรรษ” บัดนี้ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายอย่างน้อยก็ที่มาเยี่ยมชมบน Auto-tram ขบวนนี้คงไม่มีความคิดผิด ๆ นี้อีกต่อไป การกำจัดกลิ่นเหล่านี้ไม่เป็นผลดีต่อตัวสัตว์ตระกูลนี้เลย เพราะเมื่อเรากำจัดกลิ่น สัตว์ก็ต้องสร้างสารมาป้ายอีก เพราะสัตว์จะขาดความเชื่อมั่น ขาดความรู้สึกว่า ปลอดภัย สงสารสัตว์เถอะครับ อย่างไง ๆ ก็ถือเสียว่า นี่แหล่ะกลิ่นอบบวนของธรรมชาติแห่งชะมด-อีเห็น

 ( เก้งหม้อ 40 วินาที)

ชื่อ “เก้งหม้อ” ฟังดูก็แปลก ๆ ดี ชื่อฟังเหมือนชื่อไทยแท้แต่โบราณ ซึ่งจริง ๆ ก็ไทยแท้จริง ๆ เก้งหม้อจัดเป็นสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 15 ชนิดของไทย เป็นสัตว์ที่หายากมากจริง ๆ ยากเสียจนไม่มีสวนสัตว์ใดในโลกนี้ มีเก้งหม้อเลี้ยงไว้ให้ประชาชนชม ยกเว้นสวนสัตว์ทั้ง 5 แห่งขององค์การสวนสัตว์เท่านั้น และที่สำคัญคือ ทั้ง 5 สวนสัตว์ของเรานี้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เก้งหม้อแหล่งเดียวและยิ่งใหญ่ที่สุด

เก้งหม้อ มีลักษณะแตกต่างจากเก้งธรรมดาหรือที่เรียกกันว่า เก้งแดง คือ เก้งหม้อมีขนาดใหญ่กว่าเก้งแดงประมาณ 1.5 เท่า สีลำตัวเป็นมีดำคล้ำหรือ ๆ กับมีหม้อดินเก่า จึงเรียกเก้งชนิดนี้ว่า เก้งหม้อ ในขณะที่เก้งธรรมดามีสีน้ำตาลเหลือง ลักษณะเด่นอีกอย่างหนึ่ง คือ ที่หัวจะมีขนระหว่างหู ยาวและชัน ๆ เหมือนผูกจุก บางคนเลยเรียกว่า “เก้งจุก” ซะเลย และที่แตกต่างจากเก้งอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง คือ หางจะมีสีขาวสลับดำ เห็นได้เด่นชัด ในธรรมชาติ เก้งหม้อจะอาศัยอยู่ตามเทือกเขาตะนาวศรีจากเมืองกาญจน์ ราว ๆ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ถ้านึกไม่ออกว่าอยู่ตรงไหนก็ ลองนึกถึงน้ตกเอราวัญหรือเขื่อนศรีนครินทร์สิครับ จากแถว ๆ นั้น ไปตามเทือกเขานั้นลงใต้ไปถึงราว ๆ สุราษฏร์ธานี รวมทั้งบางส่วนตอนใต้ของประเทศเมียนม่าหรือพม่านั่นเอง

 ( ละมั่ง 120 วินาที)

ละมั่ง เป็นสัตว์ตระกูลกวาง 1 ใน 5 ชนิดที่พบในประเทศไทย แต่สามารถแบ่งเป็นชนิดย่อยได้อีก 2 ชนิดคือ ละมั่งพันธุ์ไทย จะอาศัยอยู่ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาเรื่อยไป จนไปในประเทศลาวและเขมร ซึ่งคาดว่าสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยแล้ว ละมั่งพันธุ์ไทยนี้ก็มีเลี้ยงอยู่เพียงที่สวนสัตว์ดุสิตเท่านั้น ในขณะที่ละมั่งที่มีอยู่ในสวนสัตว์เปิดเขาเขียวจะเป็นชนิดชนิดที่อาศัยอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณเทือกเขาตะนาวศรีของประเทศไทย เรื่อยไปจนในประเทศเมียนม่า หรือพม่า จึงเรียกว่า ละมั่งพันธุ์พม่า ซะเลย

ละมั่งทั้งสายพันธุ์ไทยและพม่า เป็นสัตว์ป่าที่หายากในบัญชีรายชื่อสัตว์ป่าหายากของโลก และจัดเป็นสัตว์ป่าสงวนของไทย ลักษณะทั่วไปของละมั่ง คือจะมีเขาเฉพาะเพศผู้ และจะมีการผลัดเขาทุกปี เพศผู้จะมีการเปลี่ยนแปลงของสีลำตัว ในฤดูหนาวขนบริเวณคอจะยาว ขนทั่วตัวจะขึ้นหนามีสีน้ำตาลแก่ ส่วนในฤดูร้อนขนทั่วตัวจะสั้นและสีจางลงออก สีแดง ซึ่งบางคนเรียกว่า กวางทอง ****จริง ๆ หรือ****

บางท่านอาจสงสัยหรือกำลังสับสนว่า บางคนก็เรียกละอง บางคนก็เรียกละมั่ง บางคนเรียก ละองละมั่ง ซะเลย นี่มันหมายความว่าอย่างไร ก็จะช่วยไขปริศนานี้เสียเลยว่า ในสมัยโบราณ คนไทยพิถีพิถันในการใช้คำมาก คำว่า ละองให้ใช้เรียกเฉพาะละมั่งที่เป็นเพศผู้เท่านั้น ส่วนละมั่งก็ให้ใช้เรียกเฉพาะละมั่งเพศเมียเท่านั้น แต่ภาษาราชการ ในขณะนี้ใช้เรียกสัตว์ชนิดนี้รวม ๆ ทั้งสองเพศ ว่า ละมั่ง เท่านั้น และท่านทราบหรือไม่ว่า ละมั่งพันธุ์พม่าฝูงที่ท่านกำลังชมอยู่นี้ จัดเป็นฝูงละมั่งในกรงเลี้ยงที่มีขนาดฝูงใหญ่ที่สุดในโลก มีจำนวนกว่า 150 ตัว ยังมีละมั่งฝูงพันธุ์ใหญ่รองลงมาอยู่ที่สถาบันสมิธโซเนียน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็มีเพียงประมาณ 50 ตัวเท่านั้น

(นางอาย 15 วินาที )

นางอาย (Slow Loris) สัตว์ที่ท่านกำลังชมอยู่นี้ ไม่ใช่สัตว์ในตระกูลกระรอก หรือชะมด หรืออีเห็น แต่เป็นสัตว์ตระกูลลิง ที่ตัวเล็กมาก ที่เรียกว่า นางอายหรือลิงลมนั่นเอง รูปร่างเล็กขนนุ่มสั้นหนาเป็นปุย มีเส้นสีน้ำตาลเข้มจากหัวไปตลอดแนวสันหลัง หน้าสั้น ตาโตกลม ใบหูเล็กจมอยู่ในขน ไม่มีหาง นิ้วชี้เท้าหลัง มีเล็บเป็นตะของอโค้ง เป็นสัตว์ที่กินอาหารหลาย ๆ ชนิด โดยเฉพาะ แมลงชนิดต่าง ๆ ไข่นก ผลไม้ สัตว์ตัวเล็ก ลิงลมเป็นสัตว์หากินในเวลากลางคืน ซึ่งจะว่องไวและแสดงพฤติกรรมต่าง มากมาย แต่ในเวลากลางวันลิงลมจะเอาแต่ขดตัวก้มหน้าหมุดเข้าไปที่หน้าท้อง นอนทั้งวัน ผู้ที่มาเที่ยวชมสวนสัตว์ ก็จะคิดว่า สัตว์ในสวนสัตว์น่าเบื่อ วัน ๆ เอาแต่นอน และนี่เองที่กระตุ้นให้เราอยากนำทุกท่านมาชมลิงลมที่ไม่นอนหลับ แต่ก็มีบางคนที่ไม่มีโอกาสมาชมลิงลมตอนกลางคืน ก็อยากเห็นลิงลมเดินหรือขยับตัว ก็หาสิ่งของ ก้อนหิน ขว้างใส่ลิงลม จะเข้าใจลิงลมสักนิดหรือก็เปล่าว่า กลางวันนั้นเป็นเวลานอนของเขา เหมือน ๆ กับพวกเราที่นอนอยู่กลางดึก แล้วมีคนมารบกวนเราถึงบ้าน

(ชะนี 30 วินาที)

ชะนี เป็นสัตว์ที่ใช้ชีวิตอยู่ในป่าเขตร้อนชื้น ในโลกนี้ก็จะพบชะนีได้ในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ หรือแทบบ้านเราเท่านั้น ดังเช่นในประเทศไทยและมาเลเซีย ซึ่งป่าบริเวณนี้มีอายุที่เก่าแก่มาก อีกทั้งถูกแบ่งแยกออกจากกันโดยแม่น้ำและทะเล ทำให้มีสภาพแวดล้อมของป่ามีความหลากหลายแตกต่างกันไป เป็นผลให้เผ่าพันธุ์ของชะนีที่กระจายกันอยู่ตามป่าต่างๆ มีลักษณะที่แตกต่างกันไปด้วย ชะนีบางชนิดมีสีน้ำตาลเหลือง บางชนิดดำสนิททั่วตัว บางชนิดก็มีสีเทาเงิน และบางชนิดจะมีการเปลี่ยนแปลงของสีขนเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์

ชะนีจัดเป็นสัตว์ตระกูลลิงที่ไม่มีหางหรือ เอป(APE) และหากจะเปรียบเทียบแล้ว ชะนีนับเป็นนักยิมนาสติกที่มีฝีมือเยี่ยม สามารถห้อยโหนตัวไปตามกิ่งไม้บนต้นไม้สูงได้ดี โดยใช้แขนที่มีความยาวกว่าขา โหนและเหวี่ยงตัวไปตามกิ่งไม้บนต้นไม้สูงด้วยความเร็ว ดูคล้ายกับว่ามันกำลังบิน

ชะนีเป็นสัตว์ตระกูลลิงเพียงชนิดเดียวเท่านั้น ที่ไม่รู้จักการสร้างรังหรือบ้าน ชะนีจะนั่งและหลับนอนอยู่บนง่ามไม้บนต้นไม้ใหญ่ โดยการเอนหลังพิงและหนุนนอนบริเวณลำต้นที่มีลักษณะคล้ายหมอนและพนักพิงอย่างอิสระและปลอดภัย และ ชะนียังจัดเป็นสัตว์ตระกูลลิงไม่มีหางเพียงประเภทเดียวที่มีการครองคู่ แบบผัวเดียวเมียเดียว ไปตลอดชีวิต อยู่กันแบบครอบครัวพ่อ-แม่-ลูกที่อบอุ่นมาก เมื่อคู่ของมันตายไปอีกตัวหนึ่งก็มักจะตรอมใจและตายตามไปในที่สุด เป็นชีวิตที่น่าศึกษามาก จึงอยากเตือนในเราท่านที่นิยมส่งเสริมการซื้อลูกชะนีมาเลี้ยง ท่านกำลังส่งเสริมให้เกิดการล่าลูกชะนี และวิธีเดียวที่พรานจะได้ลูกชะนีมา 1 ตัว อาจต้องยิงแม่ชะนีกว่า 10 ตัว เพื่อให้ลูกชะนีที่ตกลงมาพร้อมกับแม่นั้น เป็นลูกที่ยังมีชีวิตอยู่ และเมื่อแม่ชะนีตาย อีกไม่นานพ่อชะนีก็จะตรอมใจตายไปด้วย ส่วนลูกชะนีล่ะครับ เมื่อได้ลูกชะนีสัก 10 ตัว อาจมีชีวิตรอดมาถึงมือผู้ขายในตลาดเพียง 3 ตัว และอาจรอดมาถึงผู้ซื้อเพียง 1 ตัว ดังนั้นผู้ที่ซื้อลูกชะนีมาเลี้ยงเพียงหนึ่งตัว เท่ากับท่านยินดีกับการสูญเสียชีวิตของชะนีกว่า 300 ตัวเลยทีเดียว ช่วยกันเถอะครับ หยุดส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ป่าที่บ้านเถอะครับ และช่วยบอกต่อ ๆ กันด้วยนะครับ เพื่อสัตว์ที่น่าสงสารของไทยเถอะครับ

จบเส้นทางการเดินทาง กล่าวขอบคุณ และส่งคณะที่บริเวณประตูทางออกสวนสัตว์ รวมระยะเวลา 45-60 นาที ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร

 

แผนผัง ชลบุรี
::: ประวัติ ชลบุรี
::: พัทยา
::: บางแสน

::: เกาะล้าน
:::
Art in Paradise
::: เกาะสีชัง
::: ที่พักพัทยา
::: พัทยารีสอร์ท
::: โรงแรมพัทยา
::: เที่ยว ชลบุรี:
::: อำเภอเมืองชลบุรี
::: อำเภอบ่อทอง
:::
อำเภอเกาะสีชัง
:::
เมืองพัทยา
:::
อำเภอพนัสนิคม
:::
อำเภอสัตหีบ
:::
อำเภอศรีราชา
::: การเดินทาง ชลบุรี
  ::: แผนที่พัทยา
:::
แผนที่ชลบุรี
กิจกรรม
::: สนามกอล์ฟ
:::
สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
:::
ชมชีวิตสัตว์ป่ากลางคืน
:::
การแสดงโชว์
::: ทัวร์ชลบุรี
::: ทัวร์พัทยา
::: ทัวร์เกาะสีชัง
::: ทัวร์เกาะล้าน
::: เทศกาล ชลบุรี
::: ร้านอาหาร ชลบุรี
::: ของฝาก ชลบุรี

 

 
 
ท่องเที่ยว