Silver Stone Tour & Travel

ระยอง

...แนะนำโปรแกรมท่องเที่ยว เกาะเสม็ด คลิกที่นี่ได้เลย...

สถานที่ท่องเที่ยว แผนที่ ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง ประวัติ เทศกาลรื่นเริง

  สุนทรภู่
ประวัติสุนทรภู่ ผลงานสุนทรภู่ ระยอง
ประวัติสุนทรภู่ ชีวประวัติสุนทรภู่ กลอนสุนทรภู่ บทกลอนสุนทรภู่ กลอนของสุนทรภู่ พระอภัยมณี นิราศภูเขาทอง นิราศเมืองแกลง สุภาษิตสอนหญิง ขุนช้างขุนแผน

ผลงานสุนทรภู่
ประวัตของสุนทรภู่
เพิ่มเติม
ประเภทนิทาน และ อื่นๆ
ผลงานสุนทรภู่ และวรรณกรรมของสุนทรภู่ มีอยู่มากมาย มีทั้งที่เป็น
... ประเภทนิราศมี ๙ เรื่อง
1. นิราศเมืองแกลง 2350
2. นิราศพระบาท 2350
3. นิราศภูเขาทอง 2371
4. นิราศเมืองเพชร 2371-2374
5. นิราศวัดเจ้าฟ้า 2375
6. นิราศอิเหนา 2375-2378
7. นิราศสุพรรณ 2377-2380  8. รำพันพิลาป 2385
9. นิราศพระประธม 2385-2388
   
แนะนำที่พัก ที่น่าสนใจ (1)
    แนะนำที่พัก ที่น่าสนใจ (2)
    แนะนำที่พัก ที่น่าสนใจ (3)

ประเภทนิทาน แยกเป็น ดังนี้
ประเภทนิทานมี ๕ เรื่อง 1. โคบุตร 2. พระอภัยมณี 3. พระไชยสุริยา 4. ลักษณะวงศ์ 5. สิงหไกรภพ
ประเภทสุภาษิตมี ๒ เรื่อง 1. สวัสดิรักษา 2. เพลงยาวถวายโอวาท
ประเภทบทละครมี ๑ เรื่อง 1. อภัยนุราช
ประเภทเสภามี ๒ เรื่อง 1. ขุนช้างขุนแผน ตอนกำเนิดพลายงาม 2. พระราชพงศาวดาร
ประเภทบทเห่กล่อมมี ๔ เรื่อง 1. จับระบำ 2. กากี 3. พระอภัยมณี 4. โคบุตร

 สถานที่ท่องเที่ยว ท่องเที่ยว ท่องเที่ยว
   
ท่องเที่ยว

นิราศเมืองแกลง

๏ ถึงหย่อมย่านบ้านระกาดต้องลงถ่อ ค่อยลอยรอเรียงลำตามน้ำไหล
จนล่วงเข้าหัวป่าพนาลัย ล้วนเงาไม้มืดคล้ำในลำคลอง
ระวังตัวกลัวตอตะเคียนขวาง เป็นเยี่ยงอย่างผู้เฒ่าเล่าสนอง
ว่าผีสางสิงนางตะเคียนคะนอง ใครถูกต้องแตกตายลงหลายลำ
พอบอกกันยังมิทันจะขาดปาก เห็นเรือจากแจวตรงหลงถลำ
กระทบผางตอนางตะเคียนดำ ก็โคลงคว่ำล่มลงในคงคา
พวกเรือพี่สี่คนขนสยอง ก็เลยล่องหลีกทางไปข้างขวา
พ้นระวางนางรุกขฉายา ต่างระอาเห็นฤทธิ์ประสิทธิ์จริง
ขอนางไม้ไพรพฤกษ์เทพารักษ์ ขอฝากภัคนีน้อยแม่น้องหญิง
ใครสามารถชาติชายจะหมายชิง ให้ตายกลิ้งลงเหมือนตอที่ตำเรือ
จนล่วงล่องมาถึงคลองที่คับแคบ ไม่อาจแอบชิดฝั่งระวังเสือ
ด้วยครึ้มครึกพฤกษาลัดดาเครือ ค่อยรอเรือเรียงล่องมานองเนือง
ลำพูรายพรายพร้อยหิ่งห้อยจับ สว่างวับแวววามอร่ามเหลือง
เสมอเม็ดเพชรรัตน์จำรัสเรือง ค่อยประเทืองทุกข์ทัศนาชม
ถึงบางสมัครเหมือนพี่รักสมัครมาด มาแคล้วคลาดมิได้อยู่กับคู่สม
ถึงยามนอนนอนเดียวเปลี่ยวอารมณ์ จะแลชมอื่นอื่นไม่ชื่นใจ
แสนกันดารบ้านเมืองไม่แลเห็น ยะเยือกเย็นหย่อมหญ้าพฤกษาไสว
โอ้คลองเปลี่ยวพี่ก็เปล่าเศร้าฤทัย จะถึงไหนก็ไม่แจ้งแห่งสำคัญ
ประจวบจนถึงตำบลบ้านมะพร้าว พอฟ้าขาวขอบไพรเสียงไก่ขัน
เป็นที่กุมภาพาลชาญฉกรรจ์ ให้หวาดหวั่นรีบมาในสาชล
ถึงบางวัวเห็นแต่ศาลตระหง่านง้ำ ละอองน้ำค้างย้อยเป็นฝอยฝน
ดาวเดือนดับลับเมฆเป็นหมอกมน สุริยนเยี่ยมฟ้าพนาลัย
พอเรือออกนอกชะวากปากตะครอง ค่อยลอยล่องตามลำแม่น้ำไหล
ดูกว้างขวางว้างเวิ้งวิเวกใจ เป็นพงไพรฝูงนกวิหคบินฯ
   
๏ ถึงหย่อมย่านบ้านบางมังกงนั้น ดูเรียงรันเรือนเรียบชลาสินธุ์
แต่ล้วนบ้านตากปลาริมวาริน เหม็นแต่กลิ่นเน่าอบตลบไป
เห็นศาลเจ้าเหล่าเจ๊กอยู่เซ็งแซ่ ปูนทะก๋งองค์แก่ข้างเพศไสย
เกเลเอ๋ยเคยข้ามคงคาลัย ช่วยคุ้มภัยปากอ่าวเถิดเจ้านาย
พอพ้นบ้านลานแลดูปากช่อง เห็นทิวท้องสมุทรไทน่าใจหาย
แลทะเลเลี่ยนลาดล้วนหาดทราย ทั้งสามนายจัดแจงโจงกระเบน
ไปตามช่องล่องออกไปนอกรั้ว เห็นเมฆมัวลมแดงดังแสงเสน
สักประเดี๋ยวเหลียวดูลำพูเอน ยอดระเนนนาบน้ำอยู่รำไร
ป่าแสมแลเห็นอยู่ริ้วริ้ว ให้หวิวหวิววาบวับฤทัยไหว
จะหลบหลีกเข้าฝั่งก็ยังไกล คลื่นก็ใหญ่โยนเรือเหลือกำลัง
สงสารแสงแข็งข้อจนขาสั่น เห็นเรือหันโกรธบ่นเอาคนหลัง
น้ำจะพัดปัดตีไปสีชัง แล้วคุ้มคลั่งเงี่ยนยาทำตาแดง
ปลอบเจ้าพุ่มพึมพำว่ากรรมแล้ว อุตส่าห์แจวเข้าเถิดพ่อให้ข้อแข็ง
สงสารน้อยหน้าจ๋อยนั่งจัดแจง คิดจะแต่งตัวตายไม่พายเรือ
พี่แข็งขืนฝืนภาวนานิ่ง แลตลิ่งไรไรยังไกลเหลือ
เห็นเกินรอยบางปลาสร้อยอยู่ท้ายเรือ คลื่นก็เฝือฟูมฟองคะนองพราย
เห็นจวนจนบนเจ้าเขาสำมุก จงช่วยทุกข์ถึงที่จะทำถวาย
พอขาดคำน้ำขึ้นทั้งคลื่นคลาย ทั้งสามนายหน้าชื่นค่อยเฉื่อยมา
หยุดตะพานย่านกลางบางปลาสร้อย พุ่มกับน้อยสรวลสันต์ต่างหรรษา
นายแสงหายคลายโทโสที่โกรธา ชักกัญชานั่งกริ่มยิ้มละไม
แล้วหุงหาอาหารสำราญรื่น จนเที่ยงคืนขึ้นศาลาได้อาศัย
ฟังเสียงคลื่นครื้นครั่นสนั่นไป ดูมือในเมฆานภาภางค์
พี่เล็งแลดูกระแสสายสมุทร ละลิ่วสุดสายตาเห็นฟ้าขวาง
เป็นฟองฟุ้งรุ่งเรืองอยู่รางราง กระเด็นพร่างพรายพราวราวกับพลอย
เห็นคล้ายคล้ายปลาว่ายเฉวียนฉวัด ระลอกซัดสาดกระเซ็นขึ้นเต้นหยอย
ฝูงปลาใหญ่ไล่โลดกระโดดลอย น้ำก็พลอยพร่างพร่างกลางคงคาฯ
   
๏ แลทะเลแล้วก็ให้อาลัยนุช ไม่สร่างสุดโศกสิ้นถวิลหา
จนอุทัยไตรตรัสจำรัสตา เห็นเคหาเรียงรายริมชายทะเล
ดูเรือแพแต่ละลำล้วนโปะโหละ พวกเจ๊กจีนกินโต๊ะเสียงโหลเหล
บ้างลุยเลนล้วงปูดูโซเซ สมคะเนใส่ข้องเที่ยวมองคอย
อันนารีที่ยังสาวพวกชาวบ้าน ถีบกระดานถือตะกร้าเที่ยวหาหอย
ดูแคล่วคล่องล่องแล่นแฉลบลอย เอาขาห้อยทำเป็นหางไปกลางเลน
อันพวกเขาชาวประโมงไม่โหย่งหยิบ ล้วนตีนถีบปากกัดขัดเขมร
จะได้กินข้าวเช้าก็ราวเพล ดูจัดเจนโลดโผนในโคลนตม
จึงมั่งคั่งตั้งบ้านในการบาป แต่ต้องสาปเคหาให้สาสม
จะปลูกเรือนก็มิได้ใส่ปั้นลม ใครขืนทำก็ระทมด้วยเพลิงลาม
โอ้ดูเรือนเหมือนอกเราไร้คู่ ผู้ใดดูจึงไม่ออกเอี่ยมสนาม
หรือต้องสาปบาปหลังยังติดตาม ผู้หญิงงามจึงไม่มีปรานีเลย
จะรักใครเขาก็ไม่เมตตาตอบ สมประกอบได้แต่สอดกอดเขนย
เอ็นดูเขาเฝ้านึกนิยมเชย โอ้ใจเอ๋ยจะเป็นกรรมนั้นร่ำไป
พลางรำพึงถึงทางที่กลางเถื่อน จึงคล้อยเคลื่อนนาวาเข้าอาศัย
มีมิตรชายท้ายย่านเป็นบ้านไทย สำนักในคูหาขุนจ่าเมืองฯ
   
๏ ใครพบพักตร์เขาก็ทักว่าทรงซูบ จะดูรูปตัวเองก็ผอมเหลือง
ซังตายชื่นฝืนฤทัยให้ประเทือง เที่ยวชำเลืองแลชมตลาดเรียง
เป็นสองแถวแนวถนนคนสะพรั่ง บ้างยืนบ้างนั่งร้านประสานเสียง
ดูรูปร่างนางบรรดาแม่ค้าเคียง เห็นเกลี้ยงเกลี้ยงกล้องแกล้งเป็นอย่างกลาง
ขายหอยแครงแมงภู่กับปูม้า หมึกแมงดาหอยดองรองกระถาง
พวกเจ๊กจีนสินค้าเอามาวาง มะเขือคางแพะเผือกผักกาดดอง
ที่ชายผ้าหน้าถังก็เปิดโถง ล้วนเบี้ยโป่งหญิงชายมาจ่ายของ
สักยี่สิบหยิบออกเป็นกอบกอง พี่เที่ยวท่องทัศนาจนสายัณห์
ดูก็งามตามประสาพนาเวศ ไม่นวลเนตรเหมือนหนึ่งในไอศวรรย์
แต่แรมค้างบางปลาสร้อยได้สามวัน ก็ชวนกันเลยลาขุนจ่าเมือง
พอฟ้าขาวดาวเดือนลงเลื่อนลด อร่ามรถสุริยาเวหาเหลือง
จากเคหาชลนาพี่นองเนือง ขืนประเทืองปล้ำทุกข์มาตามทาง
พอพ้นบ้านลานแลล้วนทุ่งเลี่ยน หนทางเตียนตัดเข้าภูเขาขวาง
ดูกรวดทรายพรายงามเหมือนเงินราง หยาดน้ำค้างข้อหลุมที่ขุมควาย
ดูสีขาวราวกับน้ำตาลโตนด ที่หว่างโขดขอบผาศิลาฉลาย
ริมทางเถื่อนเรือนเหย้ามีรายราย เห็นฝูงควายปล่อยเกลื่อนอยู่กลางแปลง
ถึงหมองมนมีตำบลชื่อบ้านไร่ เขาถากไม้ทุกประเทศทุกเขตแขวง
ต้องเดินเฉียงเลี่ยงลัดตัดทแยง ตามนายแสงนำทางไปกลางไพร
กำดัดแดดแผดร้อนทุกขุมขน ไม่มีต้นพฤกษาจะอาศัย
ล้วนละแวกแฝกคาป่ารำไร จนสุดไร่เลียบริมทะเลมา
ตะวันคล้อยหน่อยหนึ่งถึงบางพระ ดูระยะบ้านนั้นก็แน่นหนา
พอพบเรือนเพื่อนชายชื่อนายมา เขาโอภาต้อนรับให้หลับนอนฯ

แนะนำที่พัก ที่น่าสนใจ (1)

บ้านเพคาบาน่า

 สถานที่ท่องเที่ยว ท่องเที่ยว ท่องเที่ยว
   
ท่องเที่ยว
206/1-2 หมู่ 3 ต.แกลง อ.แกลง โทร. 02-6730966, 02-6733322 ราคาห้องพักเริ่มต้นที่ 1,700 - 2,300 บาท + อาหารเช้า Bari Lamai
 สถานที่ท่องเที่ยว ท่องเที่ยว ท่องเที่ยว
   
ท่องเที่ยว
เพิ่งเปิด ปี 51
บูติครีสอร์ท ติดชายหาด

124/2 หมุ่.6 แหลมแม่พิมพ์ อ.แกลง
ระยองชาเล่ต์
 สถานที่ท่องเที่ยว ท่องเที่ยว ท่องเที่ยว
  Rayong Chalet Hotel, Rayong  
ท่องเที่ยว
4/32 หมู่ 3 ถ.เพ-แกลง-กร่ำ ต.ชากพง อ.แกลง โทร. 02-2119654 ระยองออคิด
 สถานที่ท่องเที่ยว ท่องเที่ยว ท่องเที่ยว
  Rayong Orchid Hotel  
ท่องเที่ยว
011 ซ.ราษฎร์บำรุง ถ.สุขุมวิท ต.เนินพระ กรุงเทพฯ โทร. 02-2119654 จำนวน 150 ห้อง ราคา 1,200-2,800 บาท
ทรายแก้วบีช
 สถานที่ท่องเที่ยว ท่องเที่ยว ท่องเที่ยว
  Saikaew Beach Resort, Koh Samet, Rayong  
ท่องเที่ยว
หมู่ 4  ต.เพ โทร. 02-6730966 จำนวน 38 ห้อง ราคา 2900-7600 บาท

 

โนโวเทลริมเพ ระยอง
 สถานที่ท่องเที่ยว ท่องเที่ยว ท่องเที่ยว
  โนโวเทล ริมเพ ระยอง  
ท่องเที่ยว
4/5 หมู่ 3 ถ.เพ-แกลง-กร่ำ ต.ซากพง อ.แกลง โทร. 02-2119654จำนวน 189 ห้อง ราคา 3,061-6,356 บาท

Brookside Valley

 สถานที่ท่องเที่ยว ท่องเที่ยว ท่องเที่ยว
  Brookside Valley Resort - Rayong  
ท่องเที่ยว
129 หมู่ 5 อ.เมือง โทร. 02-6930233 ราคา 1,800 - 5,500 บาท ภูริมาศ บีช โฮเต็ล
 สถานที่ท่องเที่ยว ท่องเที่ยว ท่องเที่ยว
  Purimas Beach Hotel, Baan Chang - Resorts & Hotels in Rayong  
ท่องเที่ยว
34 ถ.พยูน-น้ำริน  กรุงเทพฯ โทร. 02-2119654 จำนวน 79 ห้อง ราคา 2,560-5,200 บาท


นิราศพระบาท

๏ ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขึ้นกลางน้ำ เหมือนเกิดกรรมเกิดราชการหลวง
จึงเกิดโศกขัดขวางขึ้นกลางทรวง จะตักตวงไว้ก็เติบกว่าเกาะดิน
รำพึงพายตามสายกระแสเชี่ยว ยิ่งแสนเปลี่ยวเปล่าในฤทัยถวิล
สักครู่หนึ่งก็มาถึงบางเกาะอิน กระแสสินธุ์สายชลเป็นวนวัง
อันเท็จจริงสิ่งนี้ไม่รู้แน่ ได้ยินแต่ยุบลแต่หนหลัง
ว่าที่เกาะบางอออินเป็นถิ่นวัง กษัตริย์ครั้งครองศรีอยุธยา
พาสนมออกมาชมคณานก ก็เรื้อรกรั้งร้างเป็นทางป่า
อันคำแจ้งกับเราแกล้งสังเกตตา ก็เห็นน่าที่จะแน่กระแสความ
แต่เดี๋ยวนี้มีไม้ก็ตายโกร๋น ทั้งเกิดโจรจระเข้ให้คนขาม
โอ้ฉะนี้แก้วพี่เจ้ามาตาม จะวอนถามย่านน้ำพี่ร่ำไปฯ
   
๏ ถึงเกาะพระที่ระยะสำเภาล่ม เภตราจมอยู่ในแควกระแสไหล
ถึงเกาะเรียนโอ้เรียมยิ่งเกรียมใจ ที่เพื่อนไปเขาก็โจษกันกลางเรือ
ว่าคุ้งหน้าท่าเสือข้ามกระแส พี่แลแลหาเสือไม่เห็นเสือ
ถ้ามีจริงก็จะวิ่งลงจากเรือ อุทิศเนื้อให้เป็นภักษ์พยัคฆา
ไม่เคยตายเขาบ่ายนาวาล่อง เข้าในคลองตะเคียนให้โหยหา
ระยะย่านบ้านช่องในคลองมา ล้วนภาษาพวกแขกตะนีอึง
ดูหน้าตาก็ไม่น่าจะชมชื่น พี่แข็งขืนอารมณ์ทำก้มขึง
ที่เพื่อนเราร้องหยอกมันออกอึง จนเรือถึงปากช่องคลองตะเคียนฯ
   
๏ เห็นวัดวาอารามตามตลิ่ง ออกแจ้งจริงเหลือจะจำในคำเขียน
พระเจดีย์ดูกลาดดาษเดียร การเปรียญโบสถ์กุฏิ์ชำรุดพัง
ถึงวัดธารมาใหม่ใจระย่อ ของพระหน่อสุริย์วงศ์พระวังหลัง
อุตส่าห์ทรงศรัทธามาประทัง อารามรั้งหรือมางามอร่ามทอง
สังเวชวัดธารมาที่อาศัย ถึงสร้างใหม่ชื่อยังธาระมาหมอง
เหมือนทุกข์พี่ถึงจะมีจินดาครอง มงกุฎทองสร้อยสะอิ้งมาใส่กาย
อันตัวงามยามนี้ก็ตรอมอก แสนวิตกมาตามแควกระแสสาย
ถึงคลองสระปทุมานาวาราย น่าใจหายเห็นศรีอยุธยา
ทั้งวังหลวงวังหลังก็รั้งรก เห็นนกหกซ้อแซ้บนพฤกษา
ดูปราสาทราชวังเป็นรังกา ดังป่าช้าพงชัฏสงัดคนฯ
   
๏ อนิจจาธานินสิ้นกษัตริย์ เหงาสงัดเงียบไปดังไพรสณฑ์
แม้กรุงยังพรั่งพร้อมประชาชน จะสับสนแซ่เสียงทั้งเวียงวัง
มโหรีปี่กลองจะก้องกึก จะโครมครึกเซ็งแซ่ด้วยแตรสังข์
ดูพาราน่าคิดอนิจจัง ยังได้ฟังแต่เสียงสกุณา
ทั้งสองฝั่งแฝกแขมแอร่มรก ชะตาตกสูญสิ้นพระชันษา
แต่ปู่ย่ายายเราท่านเล่ามา เมื่อแรกศรีอยุธยายังเจริญ
กษัตริย์สืบสุริย์วงศ์ดำรงโลก ระงับโศกสุขสุดจะสรรเสริญ
เราเห็นยับยังแต่รอยก็พลอยเพลิน เสียดายเกิดมาเมื่อเกินน่าน้อยใจ
กำแพงรอบขอบคูก็ดูลึก ไม่น่าศึกอ้ายพม่าจะมาได้
ยังให้มันข้ามเข้าเอาเวียงชัย โอ้อย่างไรเหมือนบุรีไม่มีชาย
หรือธานินสิ้นเกณฑ์จึงเกิดยุค ไพรีรุกรบได้ดังใจหมาย
เหมือนทุกวันแล้วไม่คัณนาตาย ให้ใจหายหวั่นหวั่นถึงจันทร์ดวงฯ
   
๏ พี่ดูใจค่ายนอกออกหนักแน่น ดังเขตแคว้นคูขอบนครหลวง
ไม่เห็นจริงใจนางในกลางทรวง ชายทะลวงเข้ามาบ้างจะอย่างไร
ขอเทเวศร์เขตสวรรค์ชั้นดุสิต ดลใจมิตรอย่าให้เหมือนกับกรุงใหญ่
ให้เหมือนกรุงเราทุกวันไม่พรั่นใคร นั่นแลใจเห็นจะครองกับน้องนานฯ
   
๏ สุริยนเย็นสนธยาย่ำ ประทับลำเรือเรียงเคียงขนาน
เขาเรียกวัดแม่นางปลื้มลืมรำคาญ ใครขนานชื่อหนอได้ต่อมา
ช่างแปลงโศกให้เราปลื้มพอลืมรัก จะรู้จักคุณจริงไม่แกล้งว่า
พลพายนายไพร่บรรดามา หุงข้าวหาฟืนใส่ก่อไฟฮือ
พี่ตันอกตกยากจากสถาน เห็นอาหารหวนทอดใจใหญ่หือ
ค่อยขืนเคี้ยวข้าวคำสักกำมือ พอกลืนครือคอแค้นดังขวากคม
จะเจือน้ำซ้ำแสบในทรวงเสียว มีเค็มเปรี้ยวกล้ำกลืนก็ขื่นขม
กินประทับแต่พอรับกับโรคลม ครั้นค่ำพรมน้ำค้างอยู่พร่างพราย
ก็แรมรอนนอนวัดแม่นางปลื้ม พี่ไม่ลืมอาลัยให้ใจหาย
ทั้งไพร่นายนอนกลาดบนหาดทราย พงศ์นารายณ์นรินทร์วงศ์ที่ทรงญาณ
บรรทมเรือพระที่นั่งบังวิสูตร เขารวบรูดรอบดีทั้งสี่ด้าน
ครั้นรุ่งเช้าราวโมงหนึ่งนานนาน จัดแจงม่านให้เคลื่อนนาวาคลาฯ
   
๏ เข้าลำคลองหัวรอตอระดะ ดูเกะกะรอร้างทางพม่า
เห็นรอหักเหมือนหนึ่งรักพี่รอรา แต่รอท่ารั้งทุกข์มาตามทาง
พอเลี้ยวแหลมถึงท่าศาลาเกวียน ตลิ่งเตียนแลโล่งดังคนถาง
พี่ตั้งตาหาเกวียนสองข้างทาง หมายจะจ้างบรรทุกไปท่าเรือ
แต่ทุกข์รักก็เห็นหนักถนัดอก ถึงสักหกเจ็ดเกวียนก็เจียนเหลือ
แต่โศกรักมาจนหนักในลำเรือ เฝ้าเติมเจือไปทุกคุ้งรำคาญครันฯ
   
๏ ถึงบ่อโพงถ้ามีโพงจะผาสุก จะโพงทุกข์เสียให้สิ้นที่โศกศัลย์
นี่แลแลก็เห็นแต่ตลิ่งชัน ถึงปากจั่นตละเตือนให้ตรอมใจ
โอ้นามน้องหรือมาพ้องกับชื่อบ้าน ลืมรำคาญแล้วมานึกรำลึกได้
ถึงบางระกำโอ้กรรมระยำใจ เคราะห์กระไรจึงมาร้ายไม่วายเลย
ระกำกายมาถึงท้ายระกำบ้าน ระกำย่านนี่ก็ยาวนะอกเอ๋ย
โอ้คนผู้เขาช่างอยู่อย่างไรเลย หรืออยู่เคยความระกำทุกค่ำคืนฯ
   
๏ ถึงคุ้งแคว้นแดนพระนครหลวง ยิ่งโศกทรวงเสียใจให้สะอื้น
โอ้อกเอ๋ยยังจะไปอีกหลายคืน กว่าจะชื่นแทบช้ำระกำกาย
ถึงแม่ลาเมื่อเรามาก็ลาแม่ แม่จะแลแลหาไม่เห็นหาย
จะถามข่าวเช้าเย็นไม่เว้นวาย แต่เจ้าสายสุดใจมิได้มา
ถึงอรัญญิกยามแดดแผดพยับ เสโทซับซาบโทรมทั้งนาสา
ถึงตะเคียนด้วนด่วนรีบนาวามา ถึงศาลาลอยแลลิงโลดใจ
เงื้อมตลิ่งงิ้วงามตระหง่านยอด ระกะกอดเกะกะกิ่งไสว
พยุยวบกิ่งเยือกเขยื้อนใบ ถึงวังตะไลเห็นบ้านละลานแล
ถึงบ้านขวางที่ทางนาวาจอด เรือตลอดแลหลามตามกระแส
ถึงท่าเรือเรือยัดกันอัดแอ ดูจอแจจอดริมตลิ่งชุม
ที่หน้าท่ารารับประทับหยุด อุตลุดขนของขึ้นกองสุม
เสบียงใครใครนั่งระวังคุม พร้อมชุมนุมแน่นหน้าศาลารีฯ
   
๏ ฝ่ายพระหน่อสุริย์วงศ์ทรงสิกขา ขึ้นศาลาโสรจสรงวารีศรี
ข้างพวกเราเฮฮาลงวารี แต่โดยดีใจตนด้วยพ้นพาย
อุระเรียมเกรียมตรมอารมณ์ร้อน ระอาอ่านอกใจมิใคร่หาย
แลตลิ่งวิงหน้านัยน์ตาพราย หัวไหล่ตายตึงยอกตลอดตัว
ได้พึ่งเพื่อนเหมือนญาติเมื่อยามเข็ญ เขานวดเคล้นให้บ้างก็ยังชั่ว
พระอาทิตย์มืดมิดเข้าเมฆมัว ฟ้าสลัวแดดดับพยับไพร
กองคเชนทร์เกณฑ์ช้างยี่สิบเชือก มาจัดเลือกกองหมอขึ้นคอไส
ที่เดินดีขี่กูบไม่แกว่งไกว วิสูตรใส่สองข้างเป็นช้างทรง
แล้วผ่อนเกณฑ์กองช้างไว้กลางทุ่ง เวลารุ่งจะเสด็จขึ้นไพรระหง
ที่สี่เวรเกณฑ์กันไว้ล้อมวง พระจอมพงศ์อิศยมบรรทมพลันฯ

 

นิราศวัดเจ้าฟ้า

นิราศวัดเจ้าฟ้า  เป็นนิราศเชิงผจญภัยที่สนุกสนานมากอีกเรื่องหนึ่ง  หากเปรียบเทียบกับนิราศสุพรรณที่มีการผจญภัย  เสาะหาแร่ปรอท และยาอายุวัฒนะเหมือนกันแล้ว ในความเห็นของข้าพเจ้า เรื่องนี้ท่านสุนทรภู่แต่งได้ออกรสชาติกว่ามาก ลางทีจะเป็นเพราะแต่งเป็นกลอน  ซึ่งเป็นงานถนัดของท่านก็เป็นได้ สันนิษฐานกันว่า ท่านแต่งเรื่องนี้ขึ้นในราวปี พ.ศ.๒๓๗๕  ถึงแม้จะขึ้นต้นแสดงตน เป็นเณรหนูพัด แต่ด้วยสำนวนกลอน  ผู้รู้ทุกท่านกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า สำนวนกลอนของท่านสุนทรภู่แท้ๆ  และเนื่องจากการแสดงตนเป็นหนูพัด  ท่านจึงสามารถแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกต่างๆ ได้มากกว่า  ซึ่งอาจเป็นเหตุให้นิราศเรื่องนี้สนุกยิ่งขึ้นก็ได้

วัดเจ้าฟ้าอากาศฯ ในนิราศเรื่องนี้ ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่า คือวัดใดในปัจจุบัน  เส้นการเดินทางของท่านสุนทรภู่ เมื่อไปถึงอยุธยาแล้ว ได้แวะนมัสการหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง  แล้วเลยไปวัดใหญ่ชัยมงคลเพื่อค้นหาพระปรอท ก่อนจะออกเดินเท้าไปยังวัดเจ้าฟ้าอากาศฯ ทั้งการค้นหาพระปรอท และวิธีการขุดเอายาอายุวัฒนะ แสดงให้เห็นว่า พระสุนทรภู่ต้องเรียนทางด้านอาคมไสยเวทย์มาไม่น้อย


 

 ๏ เณรหนูพัดหัดประดิษฐ์คิดอักษร

 

เป็นเรื่องความตามติดท่านบิดร

กำจัดจรจากนิเวศเชตุพน

พอออกเรือเมื่อตะวันสายัณห์ย่ำ

ละอองน้ำค้างย้อยเป็นฝอยฝน

ตะลึงเหลียวเปลี่ยวเปล่าเมื่อคราวจน

ไม่มีคนเกื้อหนุนกรุณา

โอ้ธานีศรีอยุธย์มนุษย์แน่น

นับโกฏิแสนสาวแก่แซ่ภาษา

จะหารักสักคนพอปนยา

ไม่เห็นหน้านึกสะอื้นฝืนฤทัย

เสียแรงมีพี่ป้าหม่อมน้าสาว

ล้วนขาวขาวคำหวานน้ำตาลใส

มายามยืดจืดเปรี้ยวไปเจียวใจ

เหลืออาลัยลมปากจะจากจรฯ

 

 

๏ ถึงวัดระฆังบังคมบรมธาตุ

แทบพระบาทบุษบงองค์อัปสร

ไม่ทันลับกัปกัลป์พุทธันดร

พระด่วนจรสู่สวรรคครรไล

ละสมบัติขัตติยาทั้งข้าบาท

โอ้อนาถนึกน่าน้ำตาไหล

เป็นสูญลับนับปีแต่นี้ไป

เหลืออาลัยแล้วที่พระมีคุณ

ถึงจนยากบากมาเป็นข้าบาท

ไม่ขัดขาดข้าวเกลือช่วยเกื้อหนุน

ทรงศรัทธากล้าหาญในการบุญ

โอ้พระคุณขาดยศทั้งงดงาม

แม้นตกยากพรากพลัดไปขัดข้อง

พัดกับน้องหนูตาบจะหาบหาม

นี่จนใจในป่าช้าพนาราม

สุดจะตามเสด็จได้ดังใจจง

ขออยู่บวชกรวดน้ำสุรามฤต

อวยอุทิศผลผลาอานิสงส์

สนองคุณพูนสวัสดิ์ขัตติย์วงศ์

เป็นรถทรงสู่สถานวิมานแมน

มีสุรางค์นางขับสำหรับกล่อม

ล้วนเนื้อหอมน้อมเกล้าอยู่เฝ้าแหน

เสวยรมย์โสมนัสไม่ขัดแคลน

เป็นของแทนทานาฝ่าละออง

พระคุณเอ๋ยเคยทำนุอุปถัมภ์

ได้อิ่มหนำค่ำเช้าไม่เศร้าหมอง

แม้นทูลลามากระนี้ทั้งพี่น้อง

ไหนจะต้องตกยากลำบากกาย

นี่สิ้นบุญทูลกระหม่อมจึงตรอมอก

ต้องระหกระเหินไปน่าใจหาย

เห็นที่ปลงทรงสูญยังมูลทราย

แสนเสียดายดังจะดิ้นสิ้นชีวัน

ทั้งหนูตาบกราบไหว้ร้องไห้ว่า

จะคมลาลับไปในไพรสัณฑ์

เคยเวียนเฝ้าเกล้าจุกให้ทุกวัน

สารพันพึ่งพาไม่อนาทรฯ

 

 

๏ ถึงปากง่ามนามบอกบางกอกน้อย

ยิ่งเศร้าสร้อยทรวงน้องดังต้องศร

เหมือนน้อยทรัพย์ลับหน้านิราจร

ไปแรมรอนราวไพรใจรัญจวน

เคยชมเมืองเรืองระยับจะลับแล้ว

ไปชมแถวทุ่งนาล้วนป่าสวน

เคยดูดีพี่ป้าหน้านวลนวล

จะว่างเว้นเห็นล้วนแต่มอมแมม

เคยชมชื่นรื่นรสแป้งสดสะอาด

จะชมหาดเห็นแต่จอกกับดอกแขม

โอ้ใจจืดมืดเหมือนเมื่อเดือนแรม

ไม่เยื้อนแย้มกลีบกลิ่นให้ดิ้นโดย

เสียดายดวงพวงผกามณฑาทิพย์

เห็นลิบลิบแลชวนให้หวนโหย

เพราะห่วงพุ่มภุมรินไม่บินโบย

จะร่วงโรยรสสิ้นกลิ่นผกาฯ

 

 

๏ ถึงบางพรมพรหมมีอยู่สี่พักตร์

คนรู้จักแจ้งจิตทุกทิศา

ทุกวันนี้มีมนุษย์อยุธยา

เป็นร้อยหน้าพันหน้ายิ่งกว่าพรหม

โอ้คิดไปใจหายเสียดายรัก

เหมือนเกรียกจักแจกซีกกระผีกผม

จึงเจ็บอกฟกช้ำระกำตรม

เพราะลิ้นลมล่อลวงจะช่วงใช้ฯ

 

 

๏ ถึงบางจากน้องไม่มีที่จะจาก

โอ้วิบากกรรมสร้างแต่ปางไหน

เผอิญหญิงชิงชังน่าคลั่งใจ

จะรักใคร่เขาไม่มีปรานีเลย

ถึงบางพลูพลูใบใส่ตะบะ

ถวายพระเพราะกำพร้านิจจาเอ๋ย

แม้นมีใครใจบุญที่คุ้นเคย

จะได้เชยพลูจีบหมากดิบเจียน

นี่จนใจได้แต่ลมมาชมเล่น

เปรียบเหมือนเช่นฉากฉายพอหายเหียน

แม้นเห็นรักจักได้ตามด้วยความเพียร

ฉีกทุเรียนหนามหนักดูสักคราวฯ

 

 

๏ ถึงบางอ้อคิดจะใคร่ได้ไม้อ้อ

ทำแพนซอเสียงแจ้วเที่ยวแอ่วสาว