|
ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก
ในเขตตำบลปากคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ
ตามประวัติกล่าวว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่
2) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้พระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์กับเจ้าพระยาพระคลัง (ดิศ
บุนนาค) เป็นแม่กองจัดสร้างป้อมปราการจำนวน 6
ป้อม ใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งหมด ๓ ปีจึงแล้วเสร็จ
เมื่อสร้างป้อมเสร็จแล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้พระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ กับเจ้าพระยาพระคลัง
เป็นผู้อำนวยการสร้างพระเจดีย์ขึ้นที่เกาะหาดทรายท้ายป้อมผีเสื้อสมุทร
เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการที่พระองค์ทรงสละพระราชทรัพย์
เพื่อปกป้องประเทศชาติและพระศาสนา โดยโปรดฯ
ให้กรมพระราชวังสถานมงคลมหาศักดิพลเสพ
กับพระยาราชสงครามเขียนแบบแผนผังรูปพระเจดีย์ถวาย
แล้วทรงเฉลิมพระนามว่า พระสมุทรเจดีย์
แต่ยังมิได้ทันก่อสร้างก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน
เมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
(รัชกาลที่ 3)
จึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เจ้าพระยาศรีธรรมราชกับเจ้าพระยาพระคลังเป็นแม่กองจัดสร้างต่อการก่อสร้างเริ่มเมื่อวันอังคาร
ขึ้น 11 ค่ำ เดือน
12 (ตรงกับวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ.
2370) แล้วเสร็จเมื่อวันพุธ ขึ้น
15 ค่ำ เดือน 7
(ตรงกับวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ.2371)
ลักษณะขององค์พระสมุทรเจดีย์ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลนี้เป็นเจดีย์รูปสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง
ต่อมาได้มีผู้ร้ายลักลอบขุดองค์ระฆังลักเอาพระบรมธาตุที่บรรจุอยู่ภายใน
สมัยรัชกาลที่
4
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ช่างไปถ่ายแบบพระเจดีย์ที่กรุงศรีอยุธยามาจัดการก่อสร้างสวมทับพระเจดีย์รูปเดิมไว้
โดยลักษณะเป็นเจดีย์ทรงกลมวัดจากฐานล่างจนถึงยอดสูงสุด
19 วา
จากนั้นจึงอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ 12
องค์ จากพระบรมมหาราชวังมาบรรจุไว้แทนของเดิมที่สูญหายไป
ในการนี้ได้โปรดฯให้สร้างศาลาเก๋งจีน หอเทียน หอระฆัง
พระวิหารพร้อมด้วยพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร
กับหลักผูกเรือริมน้ำรอบองค์พระสมุทรเจดีย์ ฯลฯ
สิ้นพระราชทรัพย์ในการก่อสร้าง 588
ชั่งเศษ และในรัชกาลต่อมาก็ได้มีการทำนุบำรุง และบูรณะปฏิสังขรณ์พระสมุทรเจดีย์มาโดยตลอด
กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนพระสมุทรเจดีย์เป็นโบราณสถานของชาติ
ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 ตอนที่
75 วันที่ 8
มีนาคม 2487 และเล่ม
110 ตอนที่ 186 วันที่
12 พฤศจิกายน 2536
รถเมล์ที่ผ่าน
สาย 511 ( ปอ 11 เดิม ) จากสายใต้ใหม่ ไปลงที่ศาลากลางจังหวัด
สาย 507 จากสายใต้ใหม่ ไปลงที่ศาลากลางจังหวัด
สาย 536 จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปลงที่ศาลากลางจังหวัด
สาย 25 จากท่าช้าง ไปลงที่ศาลากลางจังหวัด
จากนั้นนั่งเรือข้ามฟาก
เรือข้ามฟากในตลาด ค่าบริการท่านละ 3 บาท
|