อนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชา
The monument of Phraya Singhanat Raja
|
อยู่ต้นถนนขุนลุมประพาส
ประวัติของพระยาสิงหนาราช
เดิมชื่อ ชานกะเล
เป็นชาวไทยใหญ่
ได้รวบรวมผู้คนตั้งหมู่บ้านชื่อว่า
"บ้านขุนยวม"
ต่อมาได้ยกขึ้นเป็นเมือง
จวบจนปี พ.ศ. 2417
จึงได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็นเมืองแม่ฮ่องสอน
และพระเจ้าอินทวิชยานนท์เจ้าครองนครเชียงใหม่
ได้ยกบรรดาศักดิ์ชานกะเล
เป็นพระยาสิงหนาทราชา
และแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรก
So
up to here, you may want to know who is Phraya Singhanat
Raja. Chan Ka Le, a Shanese name who later the first
governor of Mae Hong Son, had gathered people to settle a
village called "Ban Khun Yuan", which gradually grew
and was established as a city. Later in 1874 the city
was renamed Muang Mae Hong Son, and the Prince Inthawichayanon
of Chiangmai promote Chan Ka Le to be Phraya Singhanat Raja
and appointed him the first governor of Mae Hong Son.
The
monument is located on the way to Phrathat Doi Kong Mu on the
foothills.
.....................................................................
|
|
วัดพระนอน
Wat
Phra Non (Reclining Buddha Image) |
อยู่เชิงดอยกองมู
เป็นที่ประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่ สร้างด้วยศิลปะไทยใหญ่
พ.ศ. 2418
และเป็นพระนอนองค์ขนาดยาว
12 ม.
ซึ่งมีพุทธลักษณะงดงามมาก
ตามประวัติเล่าว่าพระนางเมียะภริยาของพระยาสิงหนาทราชาเป็นผู้สร้าง
ภายในบริเวณมีรูปปั้นสิงโตขนาดใหญ่
2
ตัวสร้างโดยพระยาสิงหนาทราชา
และพระนางเมียะ
อยู่เคียงข้างระหว่างทางที่จะขึ้นไปนมัสการพระธาตุกองมู
เป็นสิงโตที่มีลักษณะงดงามและสมบูรณ์มาก
นอกจากนี้ภายในวัดยังมีการสอนวิปัสสนาอีกด้วย
On
the way to Phra That Doi Kong Mu, the templet is located on
the foothills. A large reclining Buddha Image of 12 feet
long is enshrined. Cast in Shan's art under the support
of Phranang Miah, Phraya Singhanat Raja's wife, the image
possess finest Buddha characteristics. In entrance, two large
lion statues were built by Phraya Singhanat and his
wife. This antique statues is as old as hundred years.
Inside
the viharn, you may find little images, namely Phra Bua Khem.
If you want to see the images you may ask a monk to show
you.
.....................................................................
|
วัดพระธาตุดอยกองมู
ตั้งอยู่บนดอยกองมูทางทิศตะวันตกของตัวเมืองแม่ฮ่องสอน
เดินทางโดยแยกจากทางหลวงสาย
108 ตรงบริเวณ
อนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชาขึ้นไปทางซ้ายมือ
เป็นทางราดยางขึ้นภูเขาไปอีกประมาณ
1.5 กม.
มีชื่อเรียกแต่เดิมว่า
วัดปลายดอน
เป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญที่สุด
ประกอบด้วยพระธาตุเจดีย์ที่สวยงาม2
องค์
พระเจดีย์องค์ใหญ่สร้างโดย"จองต่องสู่"
เมื่อ พ.ศ. 2403
เป็นที่บรรจุพระธาตุของพระโมคคัลลานะเถระ
ซึ่งนำมาจากประเทศพม่า
ส่วนพระธาตุเจดีย์องค์เล็กสร้างเมื่อ
พ.ศ. 2417โดย "พญาสิงหนาทราชา"
เจ้าผู้ครองแม่ฮ่องสอนคนแรก
จากวัดพระธาตุดอยกองมูนี้
สามารถมองเห็นภูมิประเทศและสภาพตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้อย่างชัดเจนและสวยงามมาก
ปัจจุบันมีถนนลาดยางขึ้นสู่พระธาตุดอยกองมู
เป็นระยะทางราว 5 กม.
วัดนี้มีงานเทศกาลประจำปีหลายงาน
เช่น ในวันปีใหม่
วันสงกรานต์
โดยเฉพาะในวันออกพรรษาจะมีการตักบาตรดาวดึงส์
หรือตักบาตรเทโวด้วย
The
temple (wat) is situated in the west of the city, on
hillside. Previously called Wat Plai Doi, it is regarded
as the city institution. It is prominent with two
pagodas. The big one was built by Chong Tong Su 1860 and
the other one by Phraya Singhanat Raja in 1874.
Todate,
a good road is ready to the temple with 5 kms. There are
crowded people in annual festivals e.g. New Year, Songkran and
Aok Phansa.
..................................................................... วัดก้ำก่อ
Wat Kam Ko
(ภาษาไต
แปลว่า ดอกบุนนาค)
ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดพระนอนเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอน
สร้างเมื่อ พ.ศ. 2433
มีลักษณะสถาปัตยกรรมงดงามไม่แพ้วัดอื่น
โดยเฉพาะลักษณะพิเศษที่มีหลังคาคลุมทางเดินตั้งแต่ซุ้มทางเข้าไปสู่ศาลา
นอกจากนี้ยังมีตำราภาษาไทยใหญ่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยใหญ่กับเจ้าอโนรธามังช่อ
ปัจจุบันได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดย
พระมหาบุญรักษ์ สุปัญโญ
ท่านเจ้าอาวาสวัดนี้
Opposite
to Wat Phranon, the temple (wat) has its own unique
construction e.g. roofed passage stretching from the arch to
the pavillion. Its age is over 110 years old.
Old
textbooks telling the history of Shan and King Anoratha
Mangcho are found inside the temple.
..................................................................... วัดจองกลาง Wat Chong Kham - Wat Chong Klang
ตั้งอยู่เคียงข้าง
กับวัดจองคำ ภายในวิหาร
มีแท่นบูชาตั้งพระพุทธสิหิงค์จำลอง
มีสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งคือ
ตุ๊กตาแกะสลักด้วยไม้เป็นรูปคน
และสัตว์เกี่ยวกับพระเวสสันดรชาดก
และภาพประวัติเจ้าชายสิทธัตถะ
ตลอดจนภาพแสดงให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของคนสมัยนั้นหลายภาพ
มีคำบรรยายเป็นภาษาพม่า
และมีบันทึกบอกว่าเป็นฝีมือของช่างไทยใหญ่จากมัณฑเลย์
The
temples, built in 1827 in Shan arts, are located
around Nong Chong Kham Public Park. In the image
hall, Luang Pho To is enshrined as the main buddha image.
Opposite
to the temples, a bar beer is recommended for beer lovers
especially during the winter's evening the temples will
be decorated with colorful lights reflecting on Nong Chong
Kham. Such relaxing feel is hardly found at any places.
.....................................................................
Ban Nam Phiang Din (Long-necked Karen's village)
อยู่ในเขตต.ผาบ่อง
เป็นสถานที่นักท่องเที่ยวนิยมล่องเรือตามลำน้ำปายผ่านบ้านห้วยเดื่อ
ไปจนถึงบ้านเพียงดินโดยเรือหางยาว
ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.
ค่าเช่าเรือพร้อมคนขับ
500 บาท
รายได้ส่วนหนึ่งนำไปเป็นค่าเลี้ยงดูชาวกระเหรี่ยง
ตลอดเส้นทางที่ล่องเรือไปตามลำน้ำจะผ่านระลอกน้ำที่ลดระดับลดหลั่นกันไปคล้ายธารน้ำตก
นับเป็นทัศนียภาพที่งดงามแปลกตา
จากบ้านน้ำเพียงดินนี้ใช้เวลาล่องเรือไม่นานก็เข้าเขตสหภาพพม่า
และถึงบริเวณที่เรียกกันว่า
"ผาห่มน้ำ"
ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมไปกันเสมอ
จากบ้านน้ำเพียงดินนั่งเรือไปอีกประมาณ
5 กม.
ถึงสถานีตำรวจน้ำเพียงดิน
(สุดชายแดนไทย-พม่า)
การเดินทาง
จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน
ใช้เส้นทางหลวง 108
เลี้ยวขวาที่โชวรูมอีซูซุ
ไปท่าเดื่อ ตามทางหลวง
1250
The
village is on Pha Bong sub-district is the only village of
this kind to be reached by cruising for about an hour along
the Pai River, both sides of which are made up of fine scenery.
It
is the village by Thailand - Myanmar border. Here you
will find long-necked and long-eared girls. Handicrafts
made by them are available. Price is not so expensive, so did
I buy one.
If
you want to visit here one of the hotels recommended:
Mae
Hong Son Riverside. The hotel is located by the same
river. Downstairs of the hotel is the pier, you may hire
a long-tail boat to the village.
......................................................................
วัดจองคำ
อยู่บริเวณสวนสาธารณะหนองจองคำ
เป็นวัดเก่าแก่
สร้างเมื่อ พ.ศ. 2370
โดยช่างฝีมือชาวไทยใหญ่
มีศิลปะแบบต่างๆ
ที่แปลกและงดงาม
หลังคาวัดเป็นรูปปราสาท
เพราะมีคติว่าปราสาทเป็นของสูง
ผู้ที่ประทับอยู่ในปราสาทควรจะเป็นพระมหากษัตริย์
หรือตัวแทนพระศาสนา
วัดจึงเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโตมีขนาดหน้าตักกว้าง
4.85 ม. สร้างเมื่อ พ.ศ. 2469
โดยช่างฝีมือชาวพม่า
และมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ซึ่งจำลองมาจากพระศรีศากยมุนีที่วิหารวัดสุทัศน์
ประดิษฐานไว้เป็นพระประธานของวัด
เหตุที่เรียกชื่อวัดจองคำ
เนื่องจากเสาวัดประดับด้วยทองคำเปลว
.....................................................................
บ่อน้ำร้อนผาบ่องบ้านน้ำเพียงดิน
อยู่หมู่ที่
1 ต.ผาบ่อง (เส้นทางหลวงหมายเลข
108 บริเวณหลักกม.ที่ 256)
อยู่ห่างจากตัวเมือง 11
กม. มีบริเวณ พื้นที่ 8
ไร่ได้จัดสถานที่ไว้อย่างสวยงาม
และมีห้องอาบน้ำไว้บริการ
และในบริเวณใกล้เคียงก็มีร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย
......................................................................
| พระตำหนักปางตอง |
|
อยู่ในเขต
ต.หมอกจำแป่
สามารถเดินทางไปโดยใช้เส้นทางเดียวกับทางเข้าวนอุทยานผาเสื่อ
และต้องเดินทางต่อไปอีก
5 กม.
ตัวเรือนประทับแรมตั้งอยู่บนยอดเขาสูงที่บ้านปางตองในโครงการพัฒนาพื้นที่สูงปางตอง
มีทิวทัศน์สองข้างสวยงาม
ทางรถยนต์เข้าถึงและสามารถเดินทางไปสู่หมู่บ้านแม้วนาป่าแปก
ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าแม้วที่สุขสงบและน่ารักมาก
เลยต่อจากหมู่บ้านแม้วนี้ก็จะสามารถไปถึงหมู่บ้านแม่ออ
ซึ่งเป็นหมู่บ้านชายแดนไทย-พม่า
และมีกองกำลังพล 93
ตั้งอยู่เป็นบริเวณที่สูง
อากาศเย็น
และมีทิวทัศน์ที่น่าชมยิ่ง
|
.....................................................................
|
วนอุทยานถ้ำปลา |
อยู่ที่บ้านห้วยผา ต.ห้วยผา
ห่างจากตัวเมืองประมาณ 17 กม. ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1095
(แม่ฮ่องสอน-ปาย)
เส้นทางราดยางเรียบร้อยสามารถเดินทางไปชมได้ทุกฤดูกาล
บริเวณโดยรอบเป็นลำธารและป่าเขา
ถ้ำปลาตั้งอยู่บริเวณเชิงเขามีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่กว้างประมาณ
2 ม. ลึก 1.50 ม. ภายในแอ่งน้ำมีน้ำไหลออกจากถ้ำใต้ภูเขาอยู่ตลอดเวลา
และมีปลาตัวโตๆ อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เรียกชื่อ ว่าปลามุงหรือปลาคังหรือปลาพลวงเป็นปลามีเกล็ดขนาดใหญ่ในวงศ์เดียวกับปลาคาร์พ
และถึงแม้จะมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีใครกล้าทำอันตราย
เนื่องจากมีความเชื่อว่าเป็นปลาเจ้า
หากใครนำไปรับประทานแล้วจะต้องมีอันเป็นไป
ปัจจุบันบริเวณวนอุทยานถ้าปลาได้รับการปรับปรุงเป็นแหล่งพักผ่อน
...................................................................... |
| |
วนอุทยานน้ำตกผาเสื่อ
อยู่ในเขตต.หมอกจำแป่
ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน
ตามเส้นทางสู่ อ.ปาย (เส้นทาง
1095) เป็นระยะทาง 17 กม.
แยกซ้ายบริเวณบ้านรักไทยเป็นทางราดยางเข้าไปอีก
12 กม.
และเข้าทางลูกรังไปอีก
8 กม.
นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเข้าหมู่บ้านหมอกจำแป่(เป็นเส้นทางเก่า)
ทางเข้ายังไม่สะดวก
เป็นถนนลูกรังตลอดทั้งเส้น
เส้นทางนี้แยกมาจากทางหลวงหมายเลข
1095
แต่จะถึงก่อนเส้นทางแรกโดยห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเพียง
14 กม.
น้ำตกแห่งนี้ไหลลงมาจากน้ำตกแม่สะงาในพม่า
มี 6 ชั้น
ชั้นบนสุดอยู่ในป่าลึกเข้าไป
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1
ชม.
คือน้ำตกแม่สะงากลางถัดออกมาเป็นชั้นผายาว
ผาลาด ผาเสื่อ ผาตั้ง
และผาฮ้อม
ชั้นที่คนนิยมเที่ยวมากที่สุดคือผาเสื่อ
ซึ่งมีน้ำตกลงมากระทบแผ่นหินกระเด็นเป็นฝอย
และสองข้างน้ำตกมีแผ่นหินลักษณะคล้ายเสื่อปูลาดอยู่จำนวนมาก
น้ำตกมีขนาดใหญ่
และน้ำมากตลอดปี
น้ำมากที่สุดในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน
......................................................................
| บ้านยอดดอย |
|
(หมู่บ้านแม้วไมโครเวฟ)
เป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง
ที่อาศัยอยู่บนดอยสูงกว่าระดับน้ำทะเล
1,000 ม.
ความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย
และการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอย่างเคร่งครัดของพวกเขา
เป็นสิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอยากเดินทางไปสัมผัส
โดยเดินทางจากแม่ฮ่องสอนไปหมู่บ้านป่าลาน
32 กม. (เส้นทางแม่ฮ่องสอน-ขุนยวม)
และเลี้ยวซ้ายขึ้นหมู่บ้าน
ซึ่งเป็นทางสูงชันอีกราว
8 กม.
......................................................................
|
|
น้ำตกซู่ซ่า |
|
อยู่ในเขตบ้านแม่สุยะ ต.ห้วยผา
เป็นน้ำตกที่ทะลุจากซอกเขาเป็นทางยาวประมาณ 100 ม. ขนานไปกับลำน้ำ
ต้องเดินเท้าเข้าไปอีก 3 ชั่วโมง
......................................................................
|
| เขื่อนผลิตไฟฟ้า
พลังน้ำผาบ่อง |
|
อยู่ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน
ไปทางทิศใต้ประมาณ ๑๒
กม.
เป็นเขื่อนกั้นลำน้ำ
แม่ระมาด
และผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน
บริเวณตัวเขื่อนมีศาลาพักร้อนเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ
......................................................................
|
| เรือนประทับแรมโป่งแดง |
|
อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศใต้ประมาณ
๔ กม.
ตั้งอยู่ภายในศูนย์โครงการ
พัฒนาตามพระราชดำริท่าโป่งแดง
ซึ่งทำการทดลองเพาะปลูกพืชผลไม้
ต่างๆ
และเลี้ยงหม่อนไหม
แยกไปทางซ้ายมือประมาณ
2 กม.
มีเรือนประทับแรมตั้งอยู่บนเนินเขาเล็ก
ๆ
ด้านหน้ามีแม่น้ำปายไหลผ่าน
รอบบริเวณปลูกไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม
บรรยากาศเหมะแก่การพักผ่อน
......................................................................
|
| วัดหัวเวียงหรือวัดกลางเมือง
|
อยู่ที่ถนนสิหนาทบำรุง
ต.จองคำ (อยู่ติดกับตลาดเช้าบริเวณสี่แยกไฟแดง)
เป็นวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2406
เป็นที่ประดิษฐานของพระเจ้าพาราละแข่ง
ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องประจำเมืองที่งดงามมาก
มีประวัติว่าหล่อจำลองจาก
"พระมหามุนี"
ซึ่งเป็นเจ้าพาราละแข่งองค์จริง
ณ เมือง มัณฑะเลย์
ประเทศพม่า
โดยลุงจองโพหย่า
เดินทางไปนิมนต์มา
พระเจ้าพาราละแข่งองค์นี้สร้างเป็นท่อน
ๆ ทั้งหมด 9 ท่อน
ล่องมาตามแม่น้ำปาย
แล้วนำมาประกอบที่วัดพระนอนและนำมาประดิษฐานที่วัดหัวเวียงหรือ
วัดกลางเวียง
หรือวัดกลางเมือง
ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็น
พระพุทธรคู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง
|
|
.
..................................................................... |
|